สนใจโฆษณาตำแหน่งนี้ คลิกที่นี่

Hardware Review: iPhone 4 White 16GB (AIS)

ถึงแม้จะเป็นเพียงแค่การเปลี่ยนสีจากสีหนึ่งไปอีกสีหนึ่ง แต่สินค้าที่มีตรา Apple ประดับอยู่ก็มักจะมีเรื่องราวที่ดูน่าตื่นเต้นอยู่เสมอ ไม่เว้นแม่แต่สุดยอดอุปกรณ์ที่เข้ามาเปลี่ยนแปลงวงการอุตสาหกรรมของโทรศัพท์เคลื่อนที่ตลอดการอย่าง iPhone 4 ล่าสุด Apple ได้ปล่อย iPhone 4 สีขาวตามหลังiPhone 4 สีดำแบบดั้งเดิมโดยทิ้งช่วงให้ผู้ที่อยากสัมผัสความขาวรอนานถึง 10 เดือน ดังนั้นเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาเรามาดูกันเลยดีกว่า ว่า iPhone 4 แบบขาวๆ นั้น จะสวยงามน่าใช้และต่างกับ iPhone 4 สีดำอย่างไรบ้าง

แน่นอนว่าการรีวิวสไตล์ thaimacupdate นั้นจะไม่ค่อยเน้นเสปคเครื่อง หรือการสอนใช้งานเมนูต่างๆ อะไรทำนองนั้นมากนัก และสิ่งที่ทุกๆ คนอยากรู้เกี่ยวกับเครื่องสีขาวก็คงไม่ใช่เรื่องพวกนั้นแน่ๆ ดังนั้นการรีวิวในครั้งผมก็จะขอเน้นการใช้งานจริง ทั้งความรู้สึกและความแตกต่างที่ควรจะรู้ใว้เมื่อได้ลองใช้เครื่องสีขาว ว่ามันต่างกับสีดำยังไงบ้างก็แล้วกัน

เริ่มมาดูที่กล่องกันก่อน เป็นอันว่าไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ หากเทียบกับภาพของกล่อง iPhone 4 เวอร์ชั่นสีขาวที่เราเคยเห็นในช่วงแรกๆ ของการวางขาย iPhone 4 คือทุกอย่างจะเหมือนกล่องของ iPhone 4 สีดำหมดทุกอย่างยกเว้นรูปตัวเครื่องด้านหน้าจะเปลี่ยนเป็นสีขาวเท่านั้น ตรงนี้มีข้อสังเกตเล็กๆ สำหรับคนที่จะไปหาซื้อเครื่องสีขาว คือหากเป็นเครื่องที่ผลิตมาขายในไทยอย่างถูกต้องที่ด้านหลังของกล่องจะมีคำอธิบายเป็นภาษาไทยอยู่ด้วย ซึ่งเครื่องที่นำมาให้ได้ดูกันนี้เป็นของ AIS นั่นเอง โดยผมเชื่อว่าการซื้อผ่านโอเปอเรเตอร์ในบ้านเรานั้น่าจะให้ความสบายใจกว่ามากๆ ก่อนจะเข้ารีวิวขอเล่าให้ฟังกันหน่อยนึง

เมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมา iPhone 4 สีดำของผมนั้นมีปัญหา ปุ่ม Home กดติดบ้างไม่ติดบ้าง โดยนานๆ จะเกิดอาการนี้ซักครั้ง (เครื่องผมเป็นของศูนย์ AIS) ผมจึงชั่งใจว่าจะนำไปเคลมดีมั้ย เพราะไม่มันใจว่าจะต้องรอนานหรือเสียเวลารอจองเครื่องหรือเปล่าแถมไม่ชัวร์ด้วยว่าตอนเอาเครื่องไปส่งเคลมอาการปุ่ม Home กดไม่ติดมันจะเป็นตอนนั้นเลยรึเปล่า แต่แล้วเมื่อวันที่ผมเผอิญเดินป่านไปแถว AIS Shop สาขาสยามพารากอนพอดี จึงได้ลองเข้าไปติดต่อเรื่องนี้ดู ทีแรกตั้งใจว่าจะลองถามดูเฉยๆ ว่าพอจะเคลมได้ไหม หรือมีขั้นตอนยังไงบ้าง

เมื่อทางพนักงานใน Shop ได้ลองนำเครื่องเจ้ากรรมของผมไปจิ้มๆ ปุ่ม Home ดูเพื่อเช็คอาการ (พร้อมกับผมที่ภาวนาให้มันกดไม่ติดต่อหน้าพนักงานด้วยเถิด :p) ก็พบว่าเกิดอาการดังกล่าวจริงๆ แล้วคำถามแรกที่พนักงานถามกลับมาคือ “ลูกค้าจะเปลี่ยนเครื่องใหม่เลยไหมครับ?” ตอนนั้นในใจยิ้มจนปากฉีกไปแล้วครับ แต่ทางหน้าตาก็ต้องทำหน้านิ่งซักนิดนึงพร้อมกับตอบพนักงานกลับไปอย่างใจเย็นและไร้อารมณ์ว่า “อืม… ถ้าเปลี่ยนได้เลยก็ดีครับ จะได้ไม่ต้องมาบ่อยๆ (เยสสส!!!!)” สุดท้ายพนักงานท่านนั้นหยิบเครื่องใหม่ออกมาให้เช็คพร้อมกับเปลี่ยนซิมเดิมเข้าไปใส่ให้และออกบิลซึ่งมีหมายเลขเครื่องใหม่ นี่แหละครับเป็นสิ่งที่เครื่องหิ้วไม่มี ต้องหาจากการซื้อย่างเป็นทางการเท่านั้น

เอาล่ะ กลับมาแกะกล่องกันต่อหลังจากออกทะเลไปนาน เมื่อเปิดกล่องออกมาก็จะเห็น iPhone 4 สีขาวนอนแน่นิ่งพร้อมให้เราปลุกขึ้นมารับแสงหลังจากรอมานาน (เหลือเกิน) ขั้นตอนหลังจากนี้ก็ไม่มีอะไรมาก แค่เพียงต่อตัวเครื่องเข้ากับ iTunes บนเครื่องคอมพิวเตอร์ก็สามารถเริ่มใช้งานได้แล้ว

อุปกรณ์ภายในเครื่องก็คงคุ้นเคยกันดีไม่มีอะไรมาก คือมีอแดปเตอร์, สาย 30-pin, และหูฟังพร้อมไมค์ในตัว ในกล่องกระดาษก็จะมีคู่มือต่างๆ และที่จิ้มถาดซิมเล็กๆ อีกหนึ่งอัน

เมื่อทำการ Activate เรียบร้อยแล้ว ก็มาไล่หาความแตกต่างกับเครื่องสีดำกันก่อน อย่างแรกเลยคือมันเป็นสีขาวครับ! (เริ่มมาก็วอนหาเรื่องซะแล้ว :p) ก็ต้องพูดตามหน้าที่แหละครับว่า iPhone 4 สีขาวเบื้องต้นนั้นต่างกันแค่วัสดุเนื้อในของเครื่องที่เป็นสีขาว โดยที่ด้านหน้าจะมีช่องปริศนาสีดำอยู่ด้านบนของลำโพงสำหรับฟังเสียงที่หลายๆ คนสงสัยกัน มันคือ Proximity Sensor ครับ ซึ่งใช้จับระยะว่าเราเอาหน้าไปแนบกับเครื่องหรือยัง เพื่อสั่งให้เครื่องปิดหน้าจอกันแก้มเราไปโดนระบบสัมผัสนั่นแหละครับ เพียงแต่ว่าด้วยความที่ตัวเครื่องเป็นสีขาวตัวเซ็นเซอร์นี้เลยเด่นออกมาประจานกันไป

ส่วนกล้องหน้าความละเอียดระดับไม่ล้ำหน้าใครที่ไหนคงไม่ต้องพูดถึงกันมากเท่าไหร่ เอาเป็นว่ามันสามารถใช้เล่น FaceTime ได้, ถ่ายรูปตัวเองท่ายากได้ก็เพียงพอ :p

พลิกมาด้านหลังกันบ้างผมรู้สึกว่าตัวเครื่องสีขาวจะสวยกว่าสีดำที่สุดก็ด้านหลังนี่แหละเพราะไม่มีกรอบหน้าจอสีดำมารบกวนสายตามากเกินไป (ตอนปิดจอ) โดยพวกโลโก้ Apple และตัวหนังสือต่างๆ ที่เป็นสีเงินนั้น ช่างเหมาะเหม็งกับพื้นกระจกสีขาวนวลยิ่งนัก ไม่ชอบก็ให้รู้กันไป

จุดสังเกตอีกอย่างสำหรับ iPhone 4 สีขาวของแท้แบบไมได้เอาเครื่องดำไปเปลี่ยนกรอบก็คือในส่วนช่องต่อพ่วงต่างๆ เช่นช่องต่อสาย 30-pin และช่องเสียบหูฟัง ก็จะเป็นสีขาวด้วย ซึ่งหากเป็นเครื่องสีดำช่องพวกนี้ก็จะดำตาม นับว่าเป็นการเอาใจใส่ในจุดเล็กจุดน้อย (ที่ชาวบ้านเขาไม่ทำกัน) ของ Apple จริงๆ

เครื่องสีขาวหากเปรียบเทียบกับสีดำแล้วก็ต้องขอบอกเลยว่าคนละสไตล์กันเลยจริงๆ ซึ่งก็คงแล้วแต่ชอบล่ะครับว่าเราอยากได้สีไหน แต่อยากจะบอกใว้ก่อนว่าตัวเครื่องสีขาวนั้นผู้ชายก็สามารถใช้ได้ดีนะครับ ไม่ได้เหมาะกับผู้หญิงอย่างเดียว โดยความเนี๊ยบความสวยงามของดีไซน์ตัวเครื่องนี่แหละทำให้ไม่ว่าจะสีไหนก็น่าจะเข้ากับทุกๆ คนได้ไม่ยาก

ทางซ้าย iPhone 4 สีขาว : ทางขวา iPhone 4 สีดำ

เรามาลองดูเรื่องที่หลายๆ คนอาจจะคาใจกันทีละอย่างเลยดีกว่า อย่างแรกคือปัญหาจอเหลือง ผมได้ทดสอบด้วยการเปิดหน้าจอเทียบกับ iPhone 4 สีดำเครื่องศูนย์ไทยเหมือนกัน พบว่าให้สีที่ใกล้เคียงกันมาก ดังนั้นเบื้องต้นผมก็ต้องบอกว่าหน้าจอของ iPhone 4 สีขาวไม่ได้มีปัญหาอะไร หลายๆ คนอาจท้วงว่า iPhone 4 บางเครื่องสีเพี้ยนจริงๆ นะเออ ใช่ครับ…ผมก็เคยเจอเครื่องที่สีจอเพี้ยนเหมือนกัน แต่ผมก็ถือว่าเป็นที่กระบวนการผลิตแต่ละล็อตอาจจะมีความเหลื่อมล้ำทางวัสดุและแผงวงจรทำให้ของพวกนี้มันมีความแตกต่างกันได้ แต่เชื่อเถอะครับว่าถึงเพี้ยนไม่เพี้ยน ถ้าคุณไม่ได้เอาไปเทียบกับเครื่องอื่นๆ มันก็ไม่ค่อยมีผลอยู่ดีนั่นแหละครับ

อีกเคสหนึ่งที่ถกเถียงกันมากที่สุดในตอนนี้คือเรื่องความหนา แว๊บแรกที่ผมเห็น iPhone 4 สีขาว ผมยอมรับครับว่าใจผมคิดไปแล้วว่ามันหนากว่าสีดำแน่ๆ แต่เมื่อลองมาทำการทดสอบด้วยการนำที่จิ้มถาดซิมมาวางวัดระนาบของ iPhone 4 ทั้งสีดำและขาว ก็ได้ผลว่าทั้งคู่มีความหนาเท่ากันเป๊ะ โดยเมื่อสอบถามไปยังหลายๆ คนที่มีเครื่องสีขาว ส่วนมากจะบอกว่าได้ลองวัดดูแล้วก็พบว่าหนาเท่ากันจริงๆ ดังนั้นตอนนี้เราน่าจะฟันธงได้แล้วล่ะครับว่า iPhone 4 สีขาวนั้นจริงๆ แล้วไม่ได้หนากว่าสีดำหรอก เพียงแต่เป็นความรู้สึกของเราที่คิดไปเองและเห็นภาพมันหลอกตาก็เท่านั้น

แต่อย่างไรก็ตามก็จะมีบางเครื่องครับ ที่ดันหนากว่าสีดำจริงๆ ซึ่งผมคิดว่าตรงนี้เป็นความผิดพลาดจากกระบวนการผลิตจริงๆ ซึ่งหากใครเจอเคสนั้นก็ต้องลองเคลมดูล่ะครับ หรือตอนซื้อเครื่องก็เช็คกันตรงนั้นเลยเพื่อความสบายใจครับ

เสริมอีกนิดเรื่องกล้องด้านหลังที่ iPhone 4 สีดำพบปัญหาถ่ายรูปในบางสภาพแสงแล้วมีอาการภาพติดเขียวที่กลางรูป ใน iPhone 4 สีขาวนั้นพบว่าอาการดังกล่าวยังมีอยู่ครับ โดยเป็นปัญหาเกิดจากตัว Hardware ของกล้องที่ใช้ แต่ใน iPhone 4 สีขาวอาจจะได้รับการปรับปรุงบ้างเล็กน้อยทำให้อาการดังกล่าวดีขึ้น คือยังติดเขียวอยู่แต่น้อยลงกว่า iPhone 4 สีดำอย่างรู้สึกได้ครับ (ขอประทานอภัยที่ไม่ทันเก็บภาพใว้ให้ดูนะครับ ถ้ามีโอกาสจะถ่ายมาเทียบให้ดูกันอีกที)

ข้อดีอีกอย่างหนึ่งที่ผมค้นพบใน iPhone 4 สีขาวก็คือ มันเป็น iPhone 4 ที่เกิดมาเพื่อใช้กับสารพัดเคสและ Bumper ที่มีในตลาดโดยเฉพาะ เนื่องจากความขาวของตัวเครื่องทำให้เวลาลองใส่กับเคสแบบต่างๆ หรือ Bumper สารพัดสีมันจะดูสวยงามมากๆ หรือแม้แต่การใส่กับ Bumper สีขาว ก็ยิ่งทำให้เครื่องดูขาวเนียนตาไปกันใหญ่ ตรงนี้หากเป็นสาวๆ มาเห็นรับรองว่ามีหลงครับ มีหลง

ยังไม่หมดเท่านั้น (เปลี่ยนแค่สีแต่ทำไมเรื่องเยอะจริงๆ :p) iPhone 4 สีขาวนั้นมีอะไรมากกว่าที่คิดครับ ว่าด้วยเรื่องของรอยนิ้วมือ แน่นอนครับว่าพวกคราบไขมันต่างๆ ที่อยู่บนเครื่องจะเห็นได้ยากกว่าสีดำมากๆ ดังนั้นขอแสดงความยินดีกับผู้ที่ไม่ค่อยชอบเช็ด iPhone 4 ด้วยครับ เพราะตอนนี้มี iPhone 4 สีที่เหมาะกับคุณมาปรากฏตัวต่อหน้าแล้ว

ในเมื่อมีข้อดีเยอะเหลือเกิน เรามาดูข้อเสียกันบ้าง โดยทั่วไปก็ไม่ใช่ข้อเสียที่ใหญ่โตอะไรนัก เริ่มจากปัญหาเรื่องการติดฟิล์มครับ รู้ไหมครับว่าการที่เครื่องมันเป็นสีขาวเนี่ย เวลาติดฟิล์มหน้าจอกันรอยต่างๆ มันจะดูพวกฝุ่นพวกฟองอากาศยากมากๆ ดังนั้นเวลาจะติดฟิล์มขึ้นมาแนะนำว่าวิ่งเข้าร้านเลยครับ อย่าทำเอง ท่านใดที่คิดว่ามีสกิลด้านการติดฟิล์มมานักต่อนักแล้วเจอสีขาวไปนี่เหงือตกได้ง่ายๆ เลยนะครับ ดังนั้นคำแนะนำคืออย่าติดเองครับ ให้ผู้เชี่ยวชาญติดให้ดีที่สุด

ข้อเสียอีกอย่างที่ดูเหมือนจะสร้างปัญหามากที่สุดน่าจะเป็นเรื่องการดูแลรักษาความสะอาดบริเวณขอบกระจก เพราะในส่วนนั้นวัสดุจะเป็นแบบด้านๆ (ซึ่งผมก็ไม่แน่ใจนักว่าตรงนั้นมันทำมาจากอะไร) โดยตรงนี้จะสามารถเปื้อนรอยต่างๆ ได้ง่าย หากเราเป็นคนลุยๆ หน่อยคงต้องหมั่นดูแลรักษาความสะอาดตรงนี้ให้ดีครับ

สรุปกันเลยกับ iPhone 4 สีขาว หากถามมาตรงๆ เลยว่าผมอยากได้ไหม ผมก็จะรีบตอบเลยครับว่า “ขอแลกสีดำเลยได้ไหม?” เพราะผมคิดว่ามันเป็นอะไรที่สวยมาก ซึ่งหากเรานับกันจริงๆ นี่ถือว่าเป็นครั้งแรกของ iPhone นะครับที่มีเวอร์ชั่นเปลี่ยนสีทั้งตัวมาให้เลือก ซึ่งการเพ้นท์สีต่างๆ ของตัวเครื่องทำออกมาได้เนียน สวยงามน่าใช้มากๆ รวมไปถึงความโดดเด่นของตัวเครื่องชนิดที่ว่าถือเดินไปไหนมาไหนแบบไม่อายใคร อีกทั้งยังสามารถเข้าคู่กับ Bumper ทุกสีได้ดีสุดๆ ดังนั้นใครที่คิดอยากได้ก็อย่าลังเลครับ ทำตามสิ่งที่ใจเราต้องการจะดีกว่า

ยิ่งไปกว่านั้นตอนนี้ทางค่ายผู้ให้บริการเครือข่ายอย่าง AIS ได้จัดโปรโมชั่นผ่อนเครื่อง 0% เป็นเวลา 10 เดือนอีกต่างหาก ซึ่งทำให้เราสามารถซื้อ iPhone 4 ได้ในราคาต่ำสุดที่ 2,065 บาท/เดือน เท่านั้น โอกาสแบบนี้รีบไปหาซื้อกันก่อนหมดโปรโมชั่นนะครับ

ขอขอบคุณ AIS iPhone 4

Views: 25547

Comments