เรื่องที่ผมจะเล่าอาจจะไม่มีประโยชน์ในไทยสักเท่าไหร่เพราะบ้านเราไม่มี Apple Reatail Store และจากที่ผมเคยซื้อ MacBook Pro 2008 ในไทยขอบอกว่ามันยุ่งยากมากกกกกกกกกกที่จะทำเรื่องซ่อมหรือเปลี่ยน แต่ผมเรียนอยู่ที่ Perth, Australia เลยมีโอกาสได้สัมผัสกับความสุดยอดครบทุกด้านของ Apple นั่นเอง
เข้าเรื่องเลยดีกว่า ผมได้ซื้อ iPad 2 จากร้านขายเครื่องใช้ไฟฟ้าร้านหนึ่งซึ่งก็จะคล้ายๆ กับ Power Buy บ้านเราแหล่ะครับ เหมือนกับทุกๆคนที่เพิ่งได้ iPad 2 แหล่ะครับคือดีใจสุดๆ ทำไมมันช่างสวยขนาดนี้ เร็วดีจริงๆ และเวลาซื้อก็แน่นอนต้องซื้อกับ Appl Care และ Smart Cover แต่ปัญหาก็คือ "แล้วหลัง iPad หล่ะ?" ผมเลยติดฟิมล์กันรอยด้านหลังเพื่อป้องกันรอยขีดข่วนด้านหลังและใช้อย่างมีความสุข
แต่แล้ววันนึงสิ่งที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น!!! ผมทำขอบ iPad บุบ!!! ในเวลาไม่ถึง 2 อาทิต!!! น่าจะเข้าใจกันนะครับเวลาของใหม่เป็นรอยมันรู้สึกแย่ขนาดไหน ทั้งนี้ทั้งนั้นผมไม่เคยทำ iPad ของผมตกแม้แต่ครั้งเดียว แค่เผลอกระแทกขอบประตูนิดเดียวเอง ฮาๆ แต่ตอนนั้นคือรับไม่ได้จริงๆ จากขอบมนสวยกลายเป็นขอบแบนน่าเกลียดมาก ผมไม่รอช้ารีบไปที่ร้านที่ผมซื้อมาเอาไปให้พนักงานดู ขอบอกว่าพนักงานพูดดีมากๆแต่ทุกอย่างต้องผ่านผู้จัดการร้านซึ่งก็เป็นป้าแก่ๆหน้าดุโคตรคนนึง ป้าแกส่องทุกซอกทุกมุมพร้อมกับตอบกลับมาว่า "คุณทำตก" ผมแบบเฮ้ย! ผมไม่เคยทำตกเลยสาบาน (แค่โดนขอบประตู ฮาๆ) แต่ป้าแกพูดแต่ "คุณทำตกๆๆๆๆ" อย่างเดียวผมก็เถียงไปเกือบชั่วโมงก็ไม่เป็นผล พอตอนซื้ออ่ะยิ้มแย้มดีจริง พอมีปัญหาแม่งถีบส่งอย่างเดียวเลย ผมก็เลยช่างมัน ไปคุยกับ Apple Retail Store ก็ได้ พอไปถึงพนักงานก็ยิ้มทุกคน แต่ละคนวัยรุ่นมากๆขอบอก ผมเลยไปคุยกับพนักงานเรื่อง iPad บุบของผม พนักงานบอกว่า "คุยต้องนัดกับทาง Genius Bar ก่อนนะครับ" ผมหมดความหวังในทันใด จากที่เคยได้ยินข่าว Apple เปลี่ยน iPhone ให้ใหม่ทั้งที่เจ้าของทำตกเองบ้าง ไม่ก็เปลี่ยน iPad จอแตกให้ฟรีบ้างก็ไม่เป็นความจริงหน่ะสิ แต่ผมก็ลงนัดกับ Apple อยู่ดีคิดแค่ว่าจะมาฟังว่าค่าซ่อมเท่าไหร่เพื่อจะยอมซ่อมจะได้สบายใจ วันนั้นผมกลับบ้านไปอย่างซึมๆ
วันรุ่งขึ้นผมก็ไป Apple Store ตามที่ผมนัด ไปอย่างไร้ความหวัง พอไปถึงก็ไปบอกพนักงาน "ผมนัดกับ Genius Bar ไว้ครับ" พนักงานก็ติ๊กชื่อผมบน iPad แล้วก็บอกว่า "นั่งรอสักครู่นะค่ะ" ผมก็นั่งรออย่างซึมๆ ผ่านไปไม่นานพนังงานก็มาเรียกผมผมก็ลุกไปไปหา Apple Ginius และบอกไปเลยว่า "ผมกระแทก iPad 2 ของผมกับขอบประตู จนบุบ (พร้อมกับยื่น iPad 2 ของผมให้ดู) ค่าซ่อมเท่าไหร่หรอครับ" Apple Genius ก็ดูตรงรอยบุบและคีย์ S/N ของเครื่องผมเพื่อเช็ครายละเอียด และตอบกลับมาว่า "นั่งรอสักครู่เดี๋ยวผมไปดูเครื่องสำรองก่อนนะครับ" แล้วก็เดินไปหลังร้าน ผมก็นั่งงงๆของผมไป
ผ่านไปไม่นานพนักงานก็กลับออกมาพร้อมกล่องสีน้ำตาลและมาพูดกับผมว่า "ทางเราจะเปลี่ยนเครื่องใหม่ให้คุณโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดนะครับ" ผมนี้อึ้งไปเลย จริงหรอ? มันง่านขนาดนี้เลยหรอ? ผมเลยถามพนักงานว่า "เปลี่ยนให้จริงๆหรอครับ" พนักงานก็ตอบกลับมาอย่างยิ้มแย้มว่า "ถึงจะไม่อยู่ในประกัน แต่ไม่เป็นไรครับ เราจะเปลี่ยนให้" ผมก็ขอบคุณๆๆๆเป็นยกใหญ่เลย จนพนักงานบอกว่า "ไม่เป็นไรครับ เราเต็มใจทำให้ เพราะเราคือ Apple" ผมนี้ยิ้มแก้มปริเลย
ใช้ของ Apple มาตั้งนาน แต่ก่อนแพงก็แพง (แต่เดี๋ยวนี้ก็ยังแพงอยู่นะ ฮาๆ) ก็รู้นะว่ามันออกแบบดูมากๆ ใส่ใจรายละเอียดต่างๆนานา แต่มันไม่ได้มีภาษีกว่าเจ้าอื่นๆมากมายที่จะแพงขนาดนั้น แต่ตอนนี้ผมรู้แล้วครับผม Apple กำลังสร้างประสพการดีๆให้กับลูกค้าในทุกๆด้านจริงๆ ไม่ผิดหวังที่ซื้อของ Apple จริงๆ
ก็หวังว่าวันใดวันหนึ่งบ้านเราจะมี Apple Retail Store บ้างนะครับ จะได้รู้ว่าบริการ Apple แกเจ๊งจริงๆ หวังว่าเรื่องนี้อาจทำให้ iStudio และ iBeat จะยกระดับบริการบ้างนะครับ^^