Articles: รวบรวมเคส iPad และอุปกรณ์ป้องกันต่างๆ (Part 2:Play-Through Cases)

หมวดหมู่ที่ 2 : Play-Through Cases

Play-Through Cases ในหมวดที่สองนี้จะรวบรวมพวกเคสที่เน้นครอบคลุมทั่วทั้งขอบและด้านหลังของ iPad ครับ โดยเคสแบบนี้จะพบเยอะมาก และเป็นที่นิยมมาก โดยวัสดุส่วนใหญ่จะเป็นพวกยาง และซิลิโคนเป็นส่วนใหญ่ จะมีตัวไหนมาให้ดูบ้าง ไปติดตามกันเลยครับ

#1: Macally Metrolpad ($30): เคสจาก Macally ตัวนี้นับว่าเป็นตัวที่ถูกอกถูกใจทางเว็บ ilounge เป็นอย่างมาก ตัวเคสเป็นพลาสติกแบบใส และมีขอบยาง กระชับพอดีกับ iPad มาพร้อมกับฟิลม์กันรอยแบบด้าน ซึ่งเข้าเซทกันได้อย่างมาก ส่วนช่อง connector ต่างๆก็เว้นใว้ได้อย่างพอดี อาจจะมีแค่ช่องหูฟังที่รูอาจจะเล็กไปหน่อย โดยรวมแล้วเป็นอีกตัวที่ทางเว็บไซตื ilounge แนะนำครับ

#2: Incipio NGP Matte ($40): เป็นเคสที่เรียกได้ว่า เรียบ, เรียบ, และ เรียบ ครับ คือเรียบซะจรถ้าใส่กับ iPad แล้วดูจากด้านหลังแทบไม่ออกด้วยซ้ำว่าถืออะไรอยู่ เจ้าตัวนี้มีช่องต่อหูฟังที่ใหญ่ขึ้นมาหน่อย แต่ทว่าช่อง Dock Connecter กลับเล็กลง ทำให้อาจจะใช้อุปกรณ์เสริมบางอย่างไม่ได้ แต่ตัวปุ่มกดก็ทำงานได้ดีกว่าเจ้า Metrolpad โดยตัวเคสมาพร้อมฟิลม์กันรอยเช่นเคย เหมาะสำหรับคนที่ต้องการเคสแบบเรียบๆ อย่างแท้จริงครับ

#3: Speck CandyShell ($50): ค่ายนี้การันตีเรื่องคุณภาพ โดยเคสจากค่าย Speck นี้ได้รับการชมเชยอย่างมากในส่วนของเคส iPhone และ iPod Touch ซึ่งมาถึงส่วนของ iPad ก็ไม่ทำให้ต้องผิดหวัง โดยเคสรูปร่างหน้าตาไฮโซนี้ ด้านในเป็นพลาสติกด้านและด้านนอกเป็นแบบมันวาว โดยตรงช่วงล่าง ด้านหลังของเคสได้ออกแบบมาให้เปิดปิดได้ เพื่อที่จะสามารถเชื่อมต่อกับ Dock ของ Apple ได้ แต่ว่าถ้าคุณอยากจะต่อพวกอุปกรณ์เสริมอื่นๆ คุณก็ต้องเปิดเจ้าช่องนี้เหมือนกัน (อ้าว – -’ ) โดยรวมแล้วเจ้าเคสนี้เหมาะกับผู้ที่ต้องใช้ iPad Dock บ่อยๆ แต่อาจจะต้องต่อสู้กับราคาที่ค่อนข้างแพงกว่าชาวบ้านพอสมควร ที่สำคัญด้วยราคาเท่านี้ มันไม่ได้แถมฟิลม์กันรอยมาด้วยนี่สิ!

#4: Belkin Grip Vue ($50): เคสพลาสติกจาก Belkin ตัวนี้น่าจะเป็นหนึ่งในแบบมาตรฐานที่เราเห็นกันบ่อยๆ แต่ว่าขนาดของช่องต่างๆค่อนข้างเล็ก มีให้เลือกหลากหลายสี ตัวเคสมันวาวจึงทำให้ค่อนข้างลื่นมือเล็กๆ ไม่มีแถมฟิลม์กันรอยมาให้ และด้วยราคาที่ค่อนข้างแพงถ้าเทียบกับสิ่งที่ได้ จึงสรุปได้ว่ามันเป็นเคสที่สวยเคสหนึ่ง แต่ควรจะปรับปรุงในส่วนปลีกย่อยอื่นๆให้มากกว่านี้

#5: Incase Grip Protective Cover for iPad ($40): เคสยางจากค่ายชื่อดังอย่าง Incase มาในแบบเรียบง่าย ตัวเคสไม่ได้แถมฟิลม์กันรอยหน้าจอมาให้ ตัวเคสที่ทำจากยางทำให้ถือ iPad ได้อย่างมั่นคง แต่ว่าพวกช่องสำหรับพอร์ทเชื่อมต่อต่างๆมีขนาดเล็กไปนิด ส่วนแผ่นสีดำๆที่แถมมาใช้สำหรับการทำเป็นขาตั้งสำหรับ iPad

#6: Incase Protective Cover for iPad ($40): เคสชิ้นนี้ไม่ต่างกับตัวก่อนหน้าซักเท่าไหร่ เพียงแค่มันหนากว่า ส่วนอื่นๆก็จะคล้ายๆกัน และช่องสำหรับพอร์ทต่างๆก็ยังคงเล็กเหมือนกัน

#7: Incipio Dermashot for iPad ($35): เคสอย่างหนาจากค่าย Incipio ตัวนี้มีราคาที่ถูกกว่าตัวก่อนๆจาก Incase เล็กน้อย แต่ก็ยังใจดีแถมตัวฟิมล์กันรอยหน้าจอแบบมันมาให้ด้วย โดยช่องที่เจาะใว้สำหรับพอร์ทต่างๆ มีขนาดใหญ่กว่าของ Incase ส่วนทางด้านหลังของเคสตรงตำแหน่งของ Logo Apple จะเว้าเข้าไปเล้กน้อยทำให้สามารถคว้ามาจับได้ถนัดมือมาก นับว่าเป็นของดีราคาไม่แพงอีกตัวครับ

#8: Incipio 1337 / Leet Case for iPad ($35): เคสหน้าตาประหลาดอีกตัวจาก Incipio ซึ่งเหมาะสำหรับการเล่นเกมส์เนื่องจากด้านหลังเคสมีส่วนโค้งเว้าที่กระชับมือได้เป็นอย่างดี แน่นอนมันเพิ่มน้ำหนักให้กับเจ้า iPad ของคุณในระดับหนึ่ง

#9: Simplism Silicone Case Set for iPad ($30): อะไรจะดีไปกว่านี้อีก ราคาถูกกว่าเพื่อน, แถมฟิลม์กันรอย, มีสีให้เลือกเยอะ, ช่องพอร์ทเชื่อมต่อขนาดพอดี และที่ด้านหลังทั้งสี่มุมยังนูนขึ้นมาเพื่อให้สามารถวางบนพื้นได้อย่างมั่นคง

#10: Capdase Soft Jacket2 Xpose ($31): เคสยางใสจาก Capdase ตัวนี้เกือบจะไร้ที่ติ ด้วยราคาที่ไม่แพงมาก แต่ได้ทั้งขาตั้งสำหรับดู Video และฟิลม์กันรอย แต่ช่องโล่งตรง Logo Apple ทำให้รู้สึกแปลกๆได้เหมือนกัน (ทั้งๆที่มันใส) ช่องที่เจาะใว้สำหรับพอร์ทต่างๆก็มีขนาดพอดี มันจึงเป็นหนึ่งในเคสที่น่าใช้ที่สุดตัวนึงเลยทีเดียว

#11: Belkin Grip Swell ($50): ถ้าดูจากราคากับสิ่งที่ได้รับแล้วอาจจะสะเทือนใจเล้กน้อย ตัวเคสทำจากยางและมีลายที่ด้านหลัง แต่ช่องสำหรับพอร์ทต่างๆก็มีขนาดเล็ก และไม่แถมฟิลม์กันรอยมาให้ ด้านหน้าเคสจะคลุมไปถึงปุ่ม Home ด้วย เรายอมรับว่าลายของมันค่อนข้างจะดูดี แต่ก็ด้วยราคานี้ คุณสามารถซื้อเคสแบบเรียบหรูดูดีพร้อมอุปกรณ์ครบครันได้สบายๆ

#12: Capdase Flessi Jacket – Zuede (ราคายังไม่กำหนด): เคสสุดเท่ห์ตัวนี้ทำมาจากวัสดุคล้ายกับหนังกลับซึ่งขึ้นโครงข้างในด้วยพลาสติกเพื่อคงรูปเคสใว้ยามไม่มี iPad อยูข้างใน โดยตัวเคสจะมาพร้อมกับฟิลม์กันรอยหน้าจอ ด้านล่างของเคสเปิดโล่งซึ่งทำให้ง่ายต่อการเชื่อมต่ออุปกรณ์ใดๆ น่าเสียดายที่มันไม่ได้แถมขาตั้งมาให้ และตัวเคสก็ยังจับฝุ่นได้ง่าย

#13: Hard Candy Cases Sleek Skin for iPad ($40): เคสแบบเปิดปิดฝาได้จาก Hard Candy โดยมีเป็กยึดที่มุมทั้งสี่สำหรับการล๊อคฝาเคส พลาสติกและสีให้อารมณ์เหมือนแฟ้มงานสมัยเก่าไปนิด แตโดยรวมแล้วถือว่าทำได้ดี

#14: Hard Candy Cases Street Skin for iPad ($40): เคสแบบเปิดปิดฝาได้อีกตัวที่มาพร้อมกับดีไซน์แบบลุยๆ เรื่องฟังก์ชั่นการใช้งานอื่นๆไม่ต้องพูดถึง คุณไม่ได้ซื้อเจ้าเคสนี้มาเพราะคำนึงถึงรายละเอียดเล็กๆน้อยๆพวกนั้นแน่ แต่เอาเถอะ มันก็ยังพอที่จะต่อพวกเข้ากับอุปกรณ์อื่นๆได้อย่างไม่ยากเย็นนัก

#15: Griffin FlexGrip ($35): ถัดมากับเคสจาก Griffin ตัวนี้ ซึ่งทำจากยางซิลิโคน ทำให้สวมใส่ได้ง่ายและกันลื่นได้ดีในเวลาเดียวกัน ตัวเคสค่อนข้างบาง และเนื้องานคุณภาพตามมาตรฐานของ Griffin ที่สำคัญพวกช่องสำหรับพอร์ทต่างๆสามารถเชื่อต่อกับอุปกรณ์เสริมได้ง่าย

#16: Newer Technology NuGuard Silicone ($18): ด้วยราคาที่ไม่แพงนัก เคสตัวนี้จาก Newer Technology จึงให้ความรู้สึกเหมือนซิลิโคนราคาถูก และตัวช่องต่างๆที่เจาะมาก็ไม่ได้ตรงเป๊ะซะทีเดียว อย่างไรก็ตามมันมีให้เลือกถึงหกสี เพื่อชดเชยคุณภาพงานของมัน

#17: Macally mSuitpad ($20): ปิดท้ายด้วยเคสจาก Macally ซึ่งมีเคสที่ดีเยี่ยมมากมาย แต่ตัวนี้อาจจะเป็นข้อยกเว้น ตัวเคสแบบบางที่มาพร้อมกับลายเส้นวนรอบๆทำให้รู้สึกแปลกๆ ข้อดีเพียงอย่างเดียวก็คือมันมีราคาถูก และพวกช่องก็เปิดกว้างทำให้ง่ายต่อการเชื่อมต่อ

ติดตามชม (Part 3: Sleeves เคสแบบซอง) ได้เร็วๆนี้ครับ

Views: 23425
  • HuanG

    part 2 มาแล้วววว เร็วจังครับ

    รออ่าน part 3 ต่อนะครับ สู้ๆ

  • http://www.facebook.com/people/Haha-Bitloader/1759669790 Haha Bitloader

    ไม่รู้ว่า มีครบทุกตัวในไทยหรือยังครับ