หลังจากที่ใครหลายๆ คนอดใจรอที่จะซื้อ MacBook Pro ตัวใหม่มานานแสนนาน ในปี 2011 ก็คงได้สมหวังกันไปตามๆ กันเมื่อ Apple ทำการออก MacBook Pro รุ่นใหม่ล่าสุดที่มีการอัพเดทสเปคภายในและมีการเพิ่มรูปแบบการเชื่อมต่อแบบใหม่ที่เรียกว่า Thunderbolt เข้ามาเพื่อหวังว่าจะยกระดับการส่งผ่านข้อมูลของตัวเองไปอีกขั้น ถึงแม้ว่ารูปร่างหน้าตาของ MacBook Pro รุ่นใหม่จะยังเหมือนเดิม แต่นี่ก็ถือว่าเป็นรีวิว MacBook Pro Unibody ตัวแรกของทางเว็บไซต์ ดังนั้นอย่าเพิ่งเบื่อรูปร่างหน้าตาของ MacBook Pro แบบเดิมๆ กันไปซะก่อนล่ะครับ เอ้า! ตามไปดูรีวิวกัน
ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณทาง iBeat by Graphicscan ที่เอื้อเฟ้ืออุปกรณ์ในการทดสอบ และสถานที่ในการถ่ายทำรีวิวด้วยครับ

เริ่มแรกก็ไปรับเครื่องมาทำการทดสอบ พร้อมจัดเตรียมสถานที่สำหรับถ่ายภาพทำรีวิว โดยที่ตัวกล่องของ MacBook Pro ก็มาแนวเดิม คือเล็กๆ น้อยๆ กระชับตัวเครื่อง และสะดวกต่อการพกพา ซึ่งตรงนี้ถือว่า Apple เป็นเจ้าแรกๆ ที่ใส่ใจในแพ็คเกจของอุปกรณ์ประเภท Notebook โดยหากยังจำกันได้เมื่อสมัยก่อนบรรดาผู้ผลิต Notebook ทั้งหลายต่างใช้กล่องใหญ่โตขนาดเกินตัวเครื่องไปหลายเท่า และอัดมาด้วยโฟมใหญ่ๆ ตามมุมต่างๆ ซึ่งสิ้นเปลืองพื้นที่จัดเก็บเป็นอย่างมาก ยุคหลังๆ นี่ดีหน่อยที่เริ่มจะมาแนวนี้กันหมดแล้ว ก็เลยหิ้วสบายกันไป

ข้างกล่องของ MacBook Pro รุ่นใหม่มีโลโก้ของ Thunderbolt ซึ่งเป็นพอร์ทเชื่อมต่อสำหรับส่งข้อมูลความเร็วสูงระดับ 10Gbps ว่าง่ายๆ ก็คือเร็วกว่า USB ทั่วไปเกือบๆ 20 เท่าเลยทีเดียว แต่ปัจจุบันพวกอุปกรณ์เสริมที่ใช้พอร์ทดังกล่าวยังไม่มีออกวางขาย ดังนั้นคิดซะว่าซื้อเผื่ออนาคตก็แล้วกัน

แกะกล่องกันดีกว่า!

เปิดกล่องออกมาจะพบน้อง MacBook Pro นอนต้อนรับอย่างสวยงาม และมีกระดาษสีดำสอดอยู่สำหรับใช้ยกเครื่องขึ้นมาจับง่ายๆ นี่แหละการออกแบบแพ็คเกจสไตล์ Apple เขาล่ะ!


ข้างในจะเป็นพวกอุปกรณ์พื้นฐานที่ไม่ต่างจากเดิมเท่าไหร่ ได้แก่กล่องสีดำที่บรรจุคู่มือและ DVD Software ใว้, สายชาร์จ, อแดปเตอร์, และหัวปลั๊กสำหรับอแดปเตอร์นั่นเอง

ตัวเครื่อง MacBook Pro จะมีพลาสติกหุ้มใว้รอบหนึ่งก่อน ซึ่งสามารถแกะได้โดยง่ายทางด้านใต้เครื่อง และหลังจากนั้นก็ถึงเวลา MacBook Pro ของเราออกมาสูดอากาศเสียที





รอบๆ เครื่องไม่มีอะไรใหม่ คงต้องบอกว่าเหมือนเดิมแทบจะทุกประการ ต่างกันนิดหน่อยตรงที่มีโลโก้ Thunderbolt มาแทนโลโก้ Mini Display ที่ตำแหน่งเดิม (จะเห็นว่ามีอะไรแล่บออกมาระหว่างฝาพับ มันคือแผ่นโฟมรองฝาเครื่องครับ)



เมื่อเปิดฝาเครื่องจะพบกับแผ่นโฟมกันกระแทกที่รองคีย์บอร์ดใว้ และหลังจากนั้นเราก็ได้ยลโฉมเจ้า MacBook Pro รุ่นปี 2011 กันเสียที

คีย์บอร์ดของ MacBook Pro จะเป็นแบบมีไฟส่องสว่างในที่มืด โดยจะทำงานร่วมกับเซ็นเซอร์ตรวจจับแสงโดยหากรอบๆ เครื่องมืดลงตัวคีย์บอร์ดก็จะมีไฟเรืองแสงออกมาจากใต้คีย์บอร์ดด้วย นับว่าเป็นออปชั่นที่ดีมากๆ ซึ่งหาไม่ได้จาก MacBook และ MacBook Air

ขนาดของตัวเครื่องเมื่อลองจับเทียบกับ MacBook Air 13″ ตัวล่าสุดนับว่ามองเผินๆ ไม่ต่างกันเท่าไหร่ แต่มองด้านข้างนับว่า MacBook Pro ดูหนาขึ้นมาเลยเหมือนกัน แต่เอาน่ะ! วัตถุประสงค์การใช้งานและความสามารถของเครื่องทาง MacBook Pro ก็ดีกว่ามากๆ เช่นกัน

มาสังเกตที่จอกันหน่อย MacBook Pro รุ่น 13″ ใช้ความละเอียดหน้าจอที่ 1280 x 800 pixels ซึ่งนับว่าผิดคาดที่ก่อนหน้านี้เคยมีหลายๆ เว็บฟันธงว่าจะหันไปใช้ความละเอียด 1440 x 900 pixels แบบเดียวกับ MacBook Air 13″ ซึ่งผมก็ได้ลองถ่ายรูปเปรียบเทียบกันดูว่าสเกลของภาพมันต่างกันแค่ไหน ซึ่งจากรูปจะเห็นว่าภาพในจอด้านหน้า (MacBook Air) ดูเล็กกว่าจอด้านหลัง ซึ่งจากเท่าที่ผมได้ใช้งาน MacBook Air มาซักระยะ พบว่าเอาเข้าจริงๆ จอแบบ 1440 x 900 pixels ที่ขนาด 13″ ทำให้ผมเกิดอาการปวดตาบ่อยๆ เพราะต้องเพ่งตัวหนังสือและภาพต่างๆ ที่ดูเล็กมากเกินไป สุดท้ายหากจะใช้กันยาวๆ นานๆ ก็อาจจะต้องใช้งานจอที่ความละเอียด 1280 x 800 pixels อยู่ดี เพื่อความสบายตาที่มากกว่านั่นเอง ดังนั้นนับว่าโอเคแล้วแหละสำหรับหน้าจอความละเอียดระดับนี้บน MacBook Pro 13″

มาว่ากันที่การใช้งานและความเร็วเครื่องกันบ้าง โดยเครื่องรุ่นที่ได้มาเป็น MacBook Pro 13″ ตัวถูกสุดที่ราคา 39,900 บาท ซึ่งต่างประเทศเขาคุยนักคุยหนาว่าเร็วนรกแตกด้วยชิปเซ็ท Dual-Core i5 ตระกูล Sandy Bridge ใหม่ล่าสุดจาก Intel ทำให้ Notebook ตัวล่างสุดของไลน์แบบเจ้าตัวนี้ทำคะแนนวัดผลประสิทธิภาพแซงรุ่นพี่อย่าง iMac หรือ MacBook Pro รุ่นเก่าตัวท๊อปได้อย่างง่ายดาย จะจริงแค่ไหนเดี๋ยวมาลองทดสอบกันดูคร่าวๆ
เริ่มจากการวัดผลด้วยโปรแกรม Geekbench เจ้าเก่ากันก่อนซึ่งเป็นโปรแกรมวัดประสิทธิภาพการทำงานของเครื่องออกมาเป็นตัวเลขคะแนน โดยอิงจาก CPU และ Memory (RAM) เป็นหลัก ถึงแม้ว่าที่ต่างประเทศจะเคยมีการทดสอบให้ดูกันแล้ว แต่สิปปากว่าไม่เท่าลองเอง ดังนั้นผมจึงขอวัดพลัง MacBook Pro รุ่นใหม่ล่าสุดกับ MacBook Air รุ่นใหม่เช่นกัน และข้ามรุ่นไปวัดพลังกับ iMac ปี 2009 ของผมกันหน่อย

ผลการทดสอบปรากฏว่า… แน่นอนครับ MacBook Pro 13″ ชนะขาดลอยแบบไม่ต้องเทียบกัน โดยคะแนนออกมาดังนี้
เรียกได้ว่าข้ามหัวรุ่นพี่ผู้มาก่อนไปอย่างไม่ใยดี ซึ่งหากวัดกันแล้ว iMac ที่นำมาทดสอบจัดว่าแรงมากๆ โดยตอนนี้ผมทำงานทุกอย่างบน iMac และใช้ตัดต่อไฟล์เสียง วิดีโอ แต่งรูปภาพ โปรเซสรูปจากกล้อง และอื่นๆ อีกมากมายก็ยังเอาอยู่สบายๆ ดังนั้นสามารถอนุมานไปได้เลยว่า MacBook Pro 13″ ตัวถูกสุดก็ยังเอางานพวกนี้ได้แบบอยู่หมัด!
หลังจากนั้นผมได้ลองทำการแปลงไฟล์วิดีโอที่ถ่ายมาจาก iPhone 4 ที่ความละเอียด 720p ความยาวไฟล์ 27 วินาที โดยการทดสอบผมได้เปิดไฟล์วิดีโอนั้นด้วยโปรแกรม Quicktime X แล้วเลือก Save as.. เป็นไฟล์ความละเอียด 480p ซึ่งผลที่ได้มีดังนี้

จากนั้นผมได้ลองทดสอบเล่นไฟล์วิดีโอความละเอียด 720p ด้วยโปรแกรม VLC Player แล้วเปิดโปรแกรม Activity Monitor ดู พบว่าบน MacBook Pro รุ่นใหม่มีการทำงานของ CPU เพียง 33% เท่านั้น ต่างกับ MacBook Air ที่ใช้ CPU ไปถึง 82% ในการเล่นไฟล์วิดีโอแค่ไฟล์เดียว
ดังนั้นหากจะให้สรุปผลหรือฟันธงลงไปเกี่ยวกับ MacBook Pro ตัวใหม่ ก็ต้องบอกใว้เลยว่าน่าเล่นมาก โดยเฉพาะผู้ที่เคยรอ MacBook Pro รุ่นใหม่อยู่ ต้องขอบอกว่ารุ่นนี้จะไม่ทำให้ผิดหวัง ด้วยความเร็วและสเปคหลายๆ อย่างที่ได้รับการพัฒนาขึ้นจนเร็วกว่าเดิมมากๆ ซึ่งแน่นอนว่าสามารถรองรับการทำงานทั่วไปหรือแบบหนักหนาได้เกือบจะทุกรูปแบบ ดังนั้น MacBook Pro ก็น่าจะเป็นคำตอบที่ง่ายๆ สำหรับคนที่ต้องการ Notebook ตัวหลักสำหรับใช้เป็นอาวุธข้างกายซักเครื่อง
ขอแถมประเด็นเรื่องการเปรียบเทียบกับ MacBook Air ให้ด้วย โดยเชื่อว่าหลายๆ คนที่ดูการทดสอบประสิทธิภาพเบื้องต้นที่ผ่านมา ก็คงจะเห็นแล้วเข้าใจดีแล้วว่าประสิทธิภาพของทั้งสองเครื่องต่างกันแค่ไหน ง่ายๆ เลยคือคุณต้องปวดหัวแน่ๆ หากจะใช้ MacBook Air ทำงานที่ต้องพึ่ง CPU เป็นหลัก ซึ่งจริงๆ แล้วนั่นก็ไม่ใช่สิ่งที่ MacBook Air เกิดมาเพื่อรองรับ ผมจึงมองว่า MacBook Air น่าจะเหมาะกับผู้ที่ต้องการพกพาจริงๆ ใช้เครื่องครั้งนึงก็ไม่ได้ลากยาวเช้ายันเย็น (เพราะมันจะปวดตาเหมือนอย่างที่บอก) แต่หากคุณต้องการคอมพิวเตอร์ที่จะทำให้สบายใจว่างานหนักแค่ไหนก็ทำไหวล่ะก็…. MacBook Pro คือคำตอบ!
ขอขอบคุณ : iBeat by Graphicscan (Maccafe’) สำหรับอุปกรณ์และสถานที่ในการรีวิวครับ
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม, สั่งจองหรือสั่งซื้อได้ที่ iBeat by Graphicscan โทรศัพท์ 02-613-0592, 02-613-0593 หรือเยี่ยมชมเครื่องได้ที่ร้าน iBeat สาขา BTS อารีย์ หรือ Major Avenue Ratchayothin