
เรื่องมันมีอยู่ว่าเมื่อช่วงปีใหม่ที่ผ่านมาผมได้มีโอกาสไปเที่ยวประเทศญี่ปุ่น และแน่นอนตามประสาบ้านนอกเข้ากรุง(โตเกียว)ก็เกิดความคิดที่ว่าอยากจะลองเข้าไปดูบรรยากาศของ Apple Store จริงๆ ซักครั้งว่าจะเป็นยังไง บริการดีแค่ไหน จึงเป็นที่มาของโพสต์นี้ที่จะพาคุณผู้อ่านทั้งหลายไปดูบรรยากาศนิดๆ หน่อยไปพร้อมๆ กันครับ
จริงๆ ตามแผนแล้วผมอยากจะไป Apple Store ในย่านกินซ่า แต่ทว่าด้วยภารกิจช็อปปิ้งของน้องสาวที่ไปด้วยกันครั้งนั้นทำให้ผมต้องอดไปกินซ่าและเลือกมาชิบูย่าแทน ทีแรกไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามี Apple Store สาขาชิบูย่าด้วย แต่พอรู้แล้วว่ามีก็ไม่พลาดขอเดินหาเพื่อไปเยี่ยมชมซักหน่อย

Apple Store สาขาชิบูย่านี่ค่อนข้างจะไกลจากจุดพลุกพล่านของชิบูย่าอยู่ซักหน่อย คือต้องเดินออกจากโซนที่คนเยอะๆ มานิดนึง ถึงจะเจอ Apple Store และที่สาขานี้ก็ไม่ได้ใหญ่อะไรมาก แต่ทางเข้าด้านหน้าก็โปร่งโล่ง ดูสบายและอลังการเหมือนกัน


บรรยกาศภายในร้านค่อนข้างจะเป็นระเบียบ และสินค้าทุกตัวจะมี iPad วางใว้ข้างๆ เพื่อแสดงรายละเอียดของสินค้าตัวนั้น ซึ่งเราสามารถกดดูรายละเอียดหรือจะเรียกพนักงานมาที่โต๊ะเพื่อให้อธิบายการใช้งานให้ก็ได้


อย่างที่รู้กันว่าคนญี่ปุ่นนั้นใส่ใจลูกค้ามากๆ วันนั้นผมไปกับญาติที่ญี่ปุ่นซึ่งกำลังสนใจ iMac รุ่นใหม่อยู่พอดี พอได้ลองแต่เครื่องเล็กๆ น้อยเท่านั้นแหละ พนักงานก็เข้ามาพูดคุยแบบค่อนข้างเป็นกันเอง (แต่ผมฟังไม่ออกหรอกนะ :p) ลักษณะท่าทางถือว่าโอเคเลยยิ้มแย้มแจ่มใสดีมาก

สังเกตได้อย่างนึงว่าอัตราส่วนพนักงานในร้านจะเยอะมากๆ คือดูแล้วน่าจะเตรียมใว้มากพอที่จะดูแลลูกค้าทุกคนที่เข้ามาในร้านแบบ 1 ต่อ 1 ได้เลย ในเวลาปรกติที่ไม่มีลูกค้าแต่ละคนก็กวาดตาไปมารอบๆ เพื่อมองหาว่ามีใครเรียกหรือสนใจสินค้าตัวไหนบ้าง เรียกว่าเอาใจใส่กันได้ดีเลยทีเดียว

ที่โต๊ะด้านล่างจะมี MacBook Pro อยู่โซนนึง ที่เชื่อมต่อกับเครื่องอะไรซักอย่างอยู่ ซึ่งมันก็คือเครื่องคิดเงินนั่นเอง เพราะเท่าที่สังเกตดูที่ชั้นล่างจะไม่มีแคชเชียร์คิดเงินอย่างเป็นทางการ เวลาจะจ่ายก็เดินมาที่โซนนี้แล้วก็จัดการอะไรต่อมิอะไรผ่านทาง MacBook Pro ได้เลย (พนักงานจัดการให้นะ)


จากนั้นผมก็ได้ลองเดินขึ้นบันไดแก้ว(กระจก)อันแสนภาคถูมิใจของ Apple ไปยังชั้นบน ซึ่งเป็นโซนที่มี Accessorie ขายเยอะแยะมากมาย และเป็นที่ตั้งของ Genius Bar ที่คอยให้ความช่วยเหลือในด้านต่างๆ อีกด้วย

อุปกรณ์เสริมต่างๆ ก็ไม่ได้ต่างกับบ้านเรามากนัก จะมีแค่บางยี่ห้อเท่านั้นที่บ้านเราไม่มีขาย แต่รวมๆ แล้วก็คล้ายๆ กับ iStudio ขนาดใหญ่ของบ้านเรานั่นแหละครับ

วันที่ไปก็มีคนมาใช้บริการ Genius Bar เต็มพื้นที่ เท่าที่แอบๆ ฟัง (แบบเดาๆ เอา) ก็เป็นเรื่องสอนการใช้งานทั่วไป อารมณ์ว่าใช้ไม่เป็น ใช้ไม่คล่อง เดินเข้า Genius Bar เพื่อนให้พนักงานสอนได้เลย

จากนั้นไม่นานก็มีพนักงานมาบอกกับผมแบบรัวเป็นภาษญี่ปุ่นประมาณว่าไม่อนุญาติให้ถ่ายรูปได้ ผมก็ได้แต่เออออกับเค้าพยักหน้าตอบไป (ไม่รู้นี่นา) แต่กว่าจะโดนห้ามก็ได้มาหลายรูปแล้วเป็นอันเสร็จสิ้นภารกิจถ่ายรูปบรรยากาศภายใน Apple Store ในครั้งนี้

สำหรับการไปเยือน Apple Store สาขาชิบูย่าก็ต้องบอกว่ารวมๆไม่ได้มีอะไรแตกต่างกับ iStudio บ้านเราซักเท่าไร แต่ถ้าจะให้เลือกความแตกต่างที่สุดก็น่าจะเป็นเรื่องการเข้าถึงลูกค้าของพนักงานที่ดูจะสอดส่องเอาใจเป็นอย่างดี ซึ่งก็ตามมาตรฐานร้านค้าในญี่ปุ่นที่เป็นแบบนี้อยู่แล้ว ซึ่งถ้ามีโอกาสครั้งหน้าได้แวะไปที่ Apple Store สาขาไหนอีกจะนำภาพบรรยากาศมาฝากกันอีกครั้งแน่นอนครับ

Gallery

























