เมื่อช่วงต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมาผมมีโอกาสได้ไปเที่ยวญี่ปุ่น เลยอยากจะลองซื้อหูฟัง Beats by Dre มาใช้งานซักตัวหนึ่ง โดยจากที่ผมได้เปลี่ยนมาใช้ MacBook สีทองได้พักใหญ่ๆ ก็เลยอยากจะหาหูฟังไร้สายสีเดียวกับตัวเครื่องมาใช้คู่กัน จนสุดท้ายก็ตัดสินใจซื้อ Beats Solo2 Wireless มาจนได้ ซึ่งก็จะขอนำมารีวิวให้ดูกันด้วยครับ

จริงอยู่ที่หูฟัง Beats Solo2 นั้นหาซื้อได้ไม่ยาก และมีขายอยู่ทั่วไป แต่สำหรับสีพิเศษอย่างสีทองนั้นถือว่าหายากหาเย็นในบ้านเรา เพราะเป็นหนึ่งในสามสีพิเศษที่เพิ่มเข้ามาให้เลือกหลังจาก Apple ได้ซื้อกิจการ Beats เข้ามาร่วมชายคาเดียวกัน

แพคเกจจิ้งด้านในก็มาแนวน้อยๆ เรียบๆ ตามสไตล์ Beats และ Apple อยู่แล้ว ต้องบอกว่าถ้าไม่มีโลโก้ Beats อยู่จะบอกว่าเป็นยี่ห้อ Apple เลยก็เชื่อ เพราะมาสไตล์เดียวกันเลยจริงๆ

เปิดมาเราจะเจอหูฟังขดอยู่ในซองรูปวงรีสีขาว มีโลโก้ Beats เป็นยางสีทองสกรีนอยู่ด้านบนดูสวยงาม

อุปกรณ์ในกล่องก็มีที่ล็อคเหล็กสีขาว เอาไว้ใช้กับถุงเก็บหูฟัง มีสายชาร์จ USB to microUSB ให้เส้นนึง และอีกเส้นเป็นสาย Audio สำหรับต่อกับหูฟังเพื่อใช้ฟังก์ชั่นรีโมทและไมโครโฟนบนสาย

ในกล่องคู่มือก็มีเอกสารทั่วไปมาให้ และมีสติ๊กเกอร์โลโก้ Beats สีขาวขุ่นมาให้ 1 แผ่นเก๋ๆ เอาไปติดกับสติ๊กเกอร์ Apple น่าจะสวยเข้าคู่กันดีนะ ผมว่า

มาดูตัวหูฟังกันบ้าง อย่างที่เห็นว่า Beats Solo2 นั้นสามารถพับเป็นทรงวงรีได้ ซึ่งก็จะง่ายต่อการพกพาเป็นอย่างมาก ข้อต่อส่วนที่พับได้ก็เป็นเหล็ก ดังนั้นน่าจะหายห่วงเรื่องความทนทานหากใช้ไปนานๆ

รูปทรงทั่วไปถือว่าสวยงามมากครับ โดยตัวหูฟังจะมาในโทนสีทองที่เข้มกว่า iPhone และ MacBook นิดเดียว แต่พอนำมาใช้คู่กันก็ไม่ได้รู้สึกแตกต่างอะไร แต่ส่วนที่เป็นสีทองด้านๆ ที่เราเห็นนั้นจะทำมาจากพลาสติกนะครับ เวลาใช้งานก็ต้องระวังการขูดขีดแรงๆ กันซักหน่อย

รายละเอียดต่างๆ ตรงข้อพับก็ทำออกมาได้ดีมาก มีการใช้สีทองเงาๆ ตรงส่วนที่เป็นเหล็กด้านใน ตัดกับสีขาวสะอาดๆ ดูงามแบบหรูหราจริงๆ

แม้แต่ส่วนที่เป็นข้อต่อที่เอาไว้ยืดความยาวหูฟังก็ยังทำเป็นสีทองมาให้ เรียกว่ารายละเอียดต่างๆ เก็บครบทุกเม็ด อีกอย่างที่ต้องพูดถึงก็คือ ตัว Beats Solo2 นั้นเป็นหูฟังที่ไม่มีน็อตโผล่มาให้เห็นซักตัว! ทำให้ดีไซน์โดยรวมดูพรีเมียม สวยงามมากขึ้นไปอีก คือถ้าจะมีน็อตโผล่มาจริงๆ ก็คาดว่าจะย้อมสีทองให้ด้วยแน่ๆ ล่ะ (ฮา)

พวกปุ่มกดต่างๆ บนหูฟังก็ถือว่าซ่อนเอาไว้ดี ตอนแรกๆ ก็หาอยู่นานเหมือนกันครับว่าปรับเสียงยังไง สรุปแล้วการควบคุมทั้งหลายจะทำผ่านหูด้านซ้าย (L) โดยตรงโลโก้ Beats จะเป็นปุ่ม Play/Pause และส่วนที่เป็นวงกลมด้านนอก ข้างบนเอาไว้ปรับเสียงดังขึ้น ข้างล่างเอาไว้ลดเสียง ถือว่าเป็นปุ่มควบคุมที่เนียนเอามากๆ

ด้านล่างของหูฟังเป็นปุ่มสำหรับเปิดใช้งาน ที่ผมมองว่าไม่สวยเท่าไร มันเหมือนตุ่มยุงกัดยังไงก็ไม่รู้ (ฮา) ถัดไปอีกนิดเป็นช่องสำหรับชาร์จไฟ ส่วนอีกข้างเป็นช่อง Audio สำหรับเสียบสายรีโมทที่แถมมาให้ ถึงแม้ว่านี่จะเป็นหูฟังแบบไร้สาย แต่ก็สามารถใช้งานแบบเสียบสายได้เหมือนกัน

พูดถึงความนุ่มของฟองน้ำถือว่านุ่มมากๆ ครับ อย่างที่เห็นในภาพคือนิ่มระดับที่จะเปลี่ยนรูปทรงไปตามแรงกดได้เลย โดยตรงส่วนนี้จะหุ้มด้วยหนังสีขาวนวลๆ ให้อีกชั้นนึง แต่ทว่าพอใช้งานจริงๆ หากใส่ฟังนานๆ ก็มีเจ็บหูบ้างเหมือนกันครับ ต้องขยับเปลี่ยนตำแหน่งเป็นระยะๆ ประมาณทุกๆ ชั่วโมงก็จะเริ่มรู้สึกเจ็บๆ แล้ว (อันนี้อาจจะอยู่ที่สรีระของแต่ละคนด้วย)

มาเทียบความทองกับอุปกรณ์ต่างๆ ดูบ้างครับ (น่าเสียดายที่ iPhone 6 สีทองไม่อยู่ ไม่งั้นได้เอามาถ่ายด้วยแล้ว) โดยปรกติแล้วผมเป็นคนชอบสีทองของ Apple พอสมควร ซึ่งเวลาผมซื้อของมาใช้หากมีสีทองให้เลือกก็จะเอาทองไว้ก่อน หรือหากไม่มีก็จะเอาสีขาวแทน ดังนั้นเวลาเอาอุปกรณ์ทั้งหลายมาอยู่ด้วยกันก็จะออกมาเป็นเซ็ทเหมือนเตี๊ยมกันมาอย่างที่เห็น

จากภาพก็จะเห็นว่าตัวหูฟังนั้นออกไปในโทนทองเข้มมากกว่าอุปกรณ์อื่นๆ ของ Apple ดูๆ แล้วก็มีการออกโทนส้มมากกว่าอุปกรณ์อื่นๆ อยู่นิดหน่อย แต่ก็อย่างที่บอกว่าในการการใช้งานจริงนั้น เราแทบจะไม่ได้เอาอุปกรณ์ต่างๆ มาไว้ใกล้ๆ กันอยู่แล้ว ดังนั้นดูผ่านๆ ก็จะแยกไม่ค่อยออกอยู่ดี

ว่ากันด้วยเรื่องของเสียงกันบ้าง สำหรับ Beats by Dre นั้นมีเสียงร่ำลือกันว่าให้พลังเสียงเบสที่หนักมาก จากการทดลองใช้งาน Beats Solo2 Wireless ตัวนี้มาได้ซักระยะ พบว่าเสียงเบสไม่ได้โหดอย่างที่คิดครับ คือตัวนี้จะให้เสียงแนวครบๆ กลางๆ ออกใสๆ มากกว่า ส่วนเบสนั้นถือว่ามีเยอะพอควรตามสไตล์หูฟังแบบครอบขนาดใหญ่ แต่เท่าที่ได้ไปลองฟัง Beats Studio ที่ราคาแพงกว่า คิดว่าตัวนั้นเบสจะดีกว่านี้พอสมควร

แล้ว Beats Solo2 เหมาะกับใครล่ะ? ผมว่าก็เหมาะกับคนที่ต้องการหูฟังซักตัว ที่สามารถพกพาไปไหนมาไหนได้เท่ๆ และให้เสียงที่ครอบคลุมเพลงเกือบทุกแนว ซึ่งจุดเด่นของตัวนี้ส่วนนึงอยู่ที่ความสามารถในการพกพาไปไหนมาไหนได้ด้วยง่ายๆ เพราะสามารถพับเก็บได้
เรื่องของแบตเตอรี่ ถือว่าอึดกว่าที่คิดมากๆ ครับ โดยปรกติแล้วไฟแบตเตอรี่จะมีอยู่ 5 ขีด ผมทำการใช้หูฟังตัวนี้ฟังเพลงเกือบทั้งวัน เป็นเวลา 4-5 ชั่วโมง พบว่าแบตเตอรี่ลดไปแค่ขีดเดียวเท่านั้น ซึ่งเท่ากับว่าหูฟังสามารถใช้งาน 2-3 วันแบบเต็มเหนี่ยวโดยไม่ต้องชาร์จซ้ำได้สบายๆ แต่หากจะต้องชาร์จก็ถือว่าชาร์จเร็วพอสมควร ตัดปัญหาเรื่องนี้ไปได้

และหากเราใช้งานร่วมกับสาย Audio ที่แถมมา เราก็จะใช้คุยโทรศัพท์ได้แบบสะดวกขึ้น ซึ่งปรกติที่ตัวหูฟังจะมีช่องไมโครโฟนอันเล็กๆ อยู่ แต่เท่าที่ลองใช้แล้วเสียงไม่ชัดเท่ากับแบบต่อสายเพิ่มเข้าไป

โดยรวมแล้วถือว่า Beats Solo2 Wireless เป็นหูฟังดีไซน์สวยอีกตัวที่น่าสนใจ โดยไม่เพียงแค่มีดีเรื่องหน้าตาเท่านั้น แต่ตัวหูฟังยังมีจุดเด่นในการการพกพา แบตเตอรีที่ทนทาน โทนเสียงที่ฟังเพลงได้หลายแนว ซึ่งเหมาะจะหามาใช้คู่กับอุปกรณ์ Apple ของคุณซักตัว
ข้อดี
- ดีไซน์สวยงาม เก็บรายละเอียดดีมาก ทุกเม็ด
- พับได้ พกพาสะดวก ใช้งานแบบไร้สายได้สะดวกมาก
- แบตเตอรี่ทนมาก ชาร์จเต็มครั้งนึงอยู่ได้ยาวๆ จนลืมชาร์จอีกรอบ
ข้อเสีย
- ราคาแพงเอาเรื่อง (ในไทยขายที่ราวๆ 13,000-14,000 บาท)
- ใส่ฟังไปนานๆ (เกิน 2-3 ชั่วโมง) จะเริ่มปวดหู ต้องขยับเปลี่ยนตำแหน่ง
- คุณภาพเสียงน่าจะดีได้กว่านี้หากเทียบกับราคา










