Accessories: ฟิล์มกันรอยแบบ Hybrid ชนิด Full Body Protection สำหรับ iPhone 5 จาก DifferShield

IMG_8031

ในยุคที่ฟิล์มกันรอยเต็มบ้านเต็มเมืองไปหมดแบบทุกวันนี้ การเลือกซื้อฟิล์มกันรอยให้กับ iPhone 5 สุดที่รักของเราก็เป็นปัญหาปวดหัวอย่างหนึ่งเหมือนกัน เพราะเราจะต้องเลือกว่าจะเอาฟิล์มแบบใสที่ให้การแสดงผลแบบชัดเจนแต่หน้าจอมันง่าย หรือจะเลือกเอาฟิล์มแบบด้านที่ไม่ติดรอบนิ้วมือแต่ภาพหน้าจอก็จะเบลอ แต่ทว่าหากมีฟิล์มอีกหนึ่งประเภทที่ไม่ใช่ทั้งฟิล์มแบบ Clear (ใส) และแบบ Matte/Anti-Glare (ด้าน) ล่ะ? คำตอบนั้นคือฟิล์มประเภท “Hybrid” นั่นเอง

ฟิล์มแบบ Hybrid เป็นการรวมเอาเทคโนโลยีของฟิล์มทั้งสองรูปแบบมาตรฐานทั้งฟิล์มใสและฟิล์มด้านเอาไว้ด้วยกัน ด้วยการเรียงชั้นของฟิล์มที่ให้ความคมชัดใกล้เคียงกับฟิล์มใส และมีการเคลือบโค้ทติ้งระดับสูงที่ชั้นบนสุดของฟิล์มเพื่อลดแสงสะท้อนและลดรอยนิ้วมือได้อย่างมีประสิทธิภาพแบบฟิล์มด้าน ซึ่งหากฟังคุณสมบัติแล้วหลายๆ คนอาจจะเริ่มอยากรู้แล้วว่าถ้าลองใช้งานจริงจะเป็นยังไง ดังนั้นรีวิวนี้จะขอว่าด้วยเรื่องของฟิล์ม Hybrid ตัวล่าสุดจาก DifferShield กันอย่างจุใจ

IMG_8007

เดิมที่นั้นฟิล์มแบบ Hybrid ถูกเปิดตัวเข้าสู่ตลาดโดย 3M Estoc Plus ที่เราเคยรีวิวไปครั้งหนึ่งแล้ว ( ซึ่งปัจจุบันก็ได้พัฒนาประสิทธิภาพมากขึ้นกว่าแต่ก่อนมาก) และทาง DifferShield ก็นำเข้าวัตถุดิบฟิล์มที่ใช้เทคโนโลยีในระดับเดียวกันมาสร้างเป็นตัวฟิล์มแบบ Hybrid ในแบรนด์ของตนเองขึ้นมา และสำหรับชุด Full Body Protection นั้น จะมาพร้อมกับ Shield Film by 3M สำหรับใช้ติดรอบเครื่อง โดยแพ็คเกจฟิล์มของ DifferShield จะมีให้เลือกสองแบบคือแบบมาตรฐานทั่วไปหน้าซองสีฟ้า ซึ่งจะเป็นเกรดมาตรฐานที่ถือว่าใช้ได้เหมือนกัน โดยจะมีให้เลือกทั้งแบบครบเซ็ทติดรอบตัวและแบบฟิล์มหน้าอย่างเดียว ( ซึ่งเราได้เคยรีิวิวให้ชมกันแล้วในครั้งก่อน ) สามารถไปเลือกหากันได้

IMG_8005

ส่วนที่เป็นพระเอกของเราก็คือฟิล์ม Hybrid ระดับ Premium ในแพ็คเกจสีดำ ในชื่อรุ่น “DifferShield Super Optics” ซึ่งตัวฟิล์มจะมีเกรดที่สูงกว่าฟิล์มไฮบริดซองสีฟ้าขึ้นไปอีกระดับหนึ่ง โดยด้านในจะมีฟิล์มหน้า 1 ชั้น, ฟิล์มข้างรอบตัว 2 ชุด, และฟิล์มหลังมาให้อีก 2 ชิ้น พร้อมชุดอุปกรณ์และคู่มือในการติดตั้ง ซึ่งส่วนที่เป็นฟิล์มด้านข้างและฟิล์มหลังจะเป็น Shield Film จาก 3M

IMG_8009

IMG_8011

IMG_8012

ผมเริ่มจากการติดฟิล์มหลังก่อน โดยในชุดจะมีเจลสำหรับใช้ติดฟิล์มมาให้ด้วย ซึ่งทำให้เราติดฟิล์มหลังได้ง่ายกว่าที่คิด และด้วยความที่เป็นเจลใสๆ ทำให้เราสามารถละเลงลงหลังเครื่องได้โดยไม่ต้องกลัวเครื่องจะเปียกเพราะควบคุมได้มากกว่าแบบที่เป็นสเปรย์ วิธีติดก็เพียงแค่ทาเจลให้ทั่ว แล้วติดฟิล์มหลังลงไปจากนั้นนำพลาสติกที่แถมมาให้กรีดเอาเจลออกโดยหาอะไรมาซับซักนิดนึงก็เรียบร้อย สวยงาม

IMG_8015

สำหรับฟิล์มด้านข้างนั้นไม่มีอะไรมาก สามารถติดได้โดยง่าย โดยติดแบบแห้งได้เลยไม่ต้องใช้น้ำยา ซึ่งจะคลุมขอบข้างครบทุกข้างและมีการเว้นช่องสำหรับทุกสิ่งอย่างใว้ได้แบบพอดีมากๆ ทีเดียว

IMG_8014

IMG_8016

พอติดตัวฟิล์มไปรอบเครื่องด้านหลังแล้ว จะสังเกตได้เลยว่าเครื่องจะดูเนียนเหมือนไม่ได้ติดอะไร ยิ่งส่วนขอบจะเหมือนเราเปิดโล่งใว้แบบสวยงาม ซึ่งสำหรับคนที่ต้องการโชว์พื้นผิวของ iPhone 5 แต่อยากให้ปกป้องได้รอบเครื่องด้วย น่าจะต้องชอบ

IMG_8019

IMG_8021

มาถึงฟิล์มด้านหน้าที่เป็นพระเอกของเรากันบ้าง ซึ่งวิธีการติดก็ไม่ยากเหมือนกับฟิล์มทั่วไป เนื้อฟิล์มติดได้ง่ายสามารถไล่อากาศออกได้สบายๆ ดังนั้นสำหรับมือใหม่ก็เชื่อว่าติดเองได้ไม่ยากเย็น

IMG_8026

มาถึงการใช้งานจริงกันบ้าง บอกได้เลยว่าให้ลืมทุกฟิล์มที่เคยเจอมาทั้งหมด เพราะคุณจะรู้สึกแปลกมากๆ กับฟิล์มตัวนี้ เพราะจากภาพที่เราเห็นนั้นความใสของฟิล์มหากมองดูจะเห็นเป็นฟิล์มใส แต่เป็นฟิล์มใสที่ลดแสงสะท้อนได้เยอะมากแต่ยังคงความชัดได้อยู่ ข้อนี้ถือว่าดีมากสำหรับคนชอบภาพแบบชัดๆ

IMG_8024

พอลองสัมผัสเนื้อฟิล์มจะมีความลื่นที่แบบรู้ได้ทันทีว่าเคลือบอะไรบางอย่างมา ซึ่งเป็นรอยนิ้วมือยากมากๆ เรียกว่าลำพังเพียงการใช้งานทั่วไปเช่นเล่นเกมหรือเปิดเล่นอะไรบางอย่างจะแทบไม่หลงเหลือคราบไขมันจากนิ้วมืออยู่บนจอเลย หรือหากมีก็แค่ปาดออกทีเดียวก็จะหายไปหมดแล้ว ถือว่าเรื่องการป้องกันคราบทำได้ดีระดับที่น่าพอใจมากๆ

IMG_8032

โดยสรุปจากการทดสอบฟิล์มกันรอยแบบไฮบริดทั้ง 2 ตัวจาก DifferShield จะเห็นได้ว่า ทั้งฟิล์มกันรอย by DifferShield รุ่น “ดี๊ดี” ( ซองสีฟ้า ) กับ DifferShield Super Optics ( ซองสีดำ ) เป็นฟิล์มกันรอยที่สามารถตอบโจทย์การใช้งานได้ดีในทุกๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นการแสดงผลบนหน้าจอที่ให้ความคมชัดมากๆ และยังช่วยถนอมสายตา ความสามารถในการลดรอยคราบมันและรอยนิ้วมือ สัมผัสในการทัชหน้าจอที่ยอดเยี่ยม เดิมทีแรกหลังจากได้ลองทดสอบฟิล์มรุ่น “ดี๊ดี” คิดว่ายอดเยี่ยมแล้ว แต่เมื่อได้ทดสอบรุ่น Super Optics ก็ยิ่งพบว่าระดับความเจ๋งเพิ่มมากขึ้นไปอีก สรุปเป็นว่า ฟิล์มกันรอย by DifferShield รุ่น “ดี๊ดี” ( ซองสีฟ้า ) เป็นฟิล์มกันรอยแบบ Eco-Hybrid ที่สามารถตอบโจทย์การใช้งานทุกด้านได้เป็นอย่างดี ในราคาประหยัด แต่ถ้าอยากได้ประสิทธิภาพที่ยอดเยี่ยมในทุกการใช้งาน ขอแนะนำรุ่น DifferShield Super Optics ( ซองสีดำ ) ไปเลย ส่วนฟิล์มกันรอยด้านหลังและด้านข้างแบบรอบตัวจาก 3M ในชุด Full Body นั้น นอกจากจะป้องกันรอยขีดข่วนรอบตัวเครื่องได้ดีแล้ว ยังมีความสวยงามที่คงเอกลักษณ์ความเป็น iPhone 5 ได้เป็นอย่างดี

pondkungz says: ฟิล์มกันรอยที่ตอบโจทย์การใช้งานในทุกๆ ด้านได้เป็นอย่างดี และมีชุดกันรอยรอบตัวที่คงความเป็น iPhone 5 ไว้ได้อย่างสวยงาม

ราคา:

ชนิดฟิล์มหน้าอย่างเดียว

- ฟิล์มกันรอย by DifferShield รุ่น “ดี๊ดี” ( ซองสีฟ้า ) ปรกติ 390 บาท พิเศษ 350 บาท
- DifferShield Super Optics ( ซองสีดำ ) ปรกติ 650 บาท พิเศษ 550 บาท

แบบ Full Body

- ฟิล์มกันรอย by DifferShield รุ่น “ดี๊ดี” ( ซองสีฟ้า ) แบบ Full Body สำหรับ iPhone 5 ปรกติ 590 บาท พิเศษ ราคา 490 บาท
- DifferShield Super Optics ( ซองสีดำ ) แบบ Full Body สำหรับ iPhone 5 ปรกติ 790 บาท พิเศษ ราคา 690 บาท

อุปกรณ์สำหรับทดสอบ: DifferShield

หาซื้อได้ที่:

Gallery

Views: 22857

Comments