
ถึงแม้ว่า iPhone จะเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของเราอย่างเต็มตัวในยุคนี้ แต่สิ่งที่หลายๆ คนไม่ได้ให้ความสนใจเท่ากับการใช้งานพื้นฐานทั่วไปก็คือเรื่องของ Apple ID โดยผู้ใช้งานบางคนยังแทบไม่รู้จักกับ Apple ID เลยด้วยซ้ำ ดังนั้นวันนี้เราจึงจะพาคุณไปรู้จักกับ Apple ID กันให้มากขึ้นกว่าเดิม
1. Apple ID บัญชีเดียวครบวงจร

Apple นั้นถือว่าเป็นผู้ให้บริการด้านไอทีที่หลากหลาย โดยถ้านับเฉาะบริการต่างๆ ที่อยู่บน iOS และ OS X เราก็จะพบว่ามีทั้ง App Store, Mac App Store, iBooks Store, iTunes Store, และ iCloud เป็นต้น ซึ่งว่ากันง่ายๆ Apple ID ก็คือบัญชีเดียว ที่เราสามารถลงทะเบียนผ่านทางบริการใดก็ได้ของ Apple หลังจากนั้นเราก็สามารถนำไปใช้งานได้กับบริการอื่นๆ ได้ทันที
ดังนั้นสำหรับผู้ที่เริ่มต้นใช้ยริการใดๆ ก็ตามของ Apple หรือผู้ที่ซื้อสินค้าอะไรบางอย่างของ Apple ไปใช้ เราก็อยากจะแนะนำให้ทำการสมัคร Apple ID ใว้ก่อนอย่างน้อย 1 บัญชี โดยเราสามารถใช้อีเมล์ที่เรามีอยู่ลงทะเบียนสร้าง Apple ID ได้ทันที ทั้งจากในบริการต่างๆ โดยตรง หรือผ่านทางเว็บไซต์ของ Apple ก็ทำได้เช่นเดียวกัน
2. Apple ID สำหรับดาวน์โหลดของฟรี และแบบผูกกับบัตรเครดิต
ปัญหาแรกที่หลายๆ คนมักจะเจอสำหรับการสร้าง Apple ID นั่นคือบางคนยังไม่มีบัตรเครดิต ซึ่งจำเป็นต้องใช้ในการสมัคร ทำให้หลายๆ คนมาเจอเพียงแค่ขั้นตอนแรกที่ต้องให้กรอกเลขบัตรเครดิตถึงกัลปิดหน้าจอหนี แต่จริงๆ แล้วเราสามารถสมัคร Apple ID แบบไม่ต้องใช้บัตรเครดิตได้อยู่

วิธีก็คือให้เราไปยัง App Store แล้วทำการเลือกแอพพลิเคชั่นใดๆ ก็ได้ที่แจกฟรี แล้วกดดาวน์โหลด ตัวระบบก็จะถามว่าเรามี Apple ID หรือยัง? จากนั้นเราก็เลือกที่จะสร้างบัญชี Apple ID เสียใหม่ เท่านี้นก็จะเป็นการสร้าง Apple ID แบบไม่ต้องกรอกเลขบัตรเครดิตได้เลย แต่จะไม่สามารถใช้ Apple ID ดังกล่าวในการซื้อสินค้าหรือบริการใดๆ จาก Apple ได้ (แต่ก็สามารถอัพเดทได้ภาพหลัง)

สำหรับ Apple ID แบบที่เรากรอกบัตรเครดิตไปเรียบร้อยแล้ว นั่นหมายความว่าต่อจากนี้ เราสามารถใช้ Apple ID ของเราซื้อสินค้าและบริการแทบจะทุกตัวของ Apple ได้ เช่นการสั่งซื้อแอพพลิเคชั่น หรือการสั่งซื้อ MacBook Pro ผ่านทาง Apple Online Store ก็ทำได้เช่นกัน
3. Apple ID กับเครื่องที่เราเป็นเจ้าของ

สิ่งหนึ่งที่คนที่มี Apple ID ควรจะรู้ใว้ นั่นคือ Apple ID ถูกออกแบบมาให้ใช้กับเครื่องที่มีเจ้าของเป็นคนเดียวกัน นั่นคือไม่ว่าคุณจะใช้อุปกรณ์ใดๆ ที่เป็นของคุณเองจริงๆ คุณก็สามารถใช้ Apple ID ผูกกับเครื่องเหล่านั้นเพื่อดึงบริการหรือแอพพลิเคชั่นที่คุณเคยซื้อใว้มาใช้ได้ โดยไม่ต้องเสียเงินซ้ำอีก
แต่หากคุณนำ Apple ID ไปใช้กับอุปกรณ์ของคนอื่นๆ จะมีปัญหาตามมาหลายอย่าง เช่นถ้าคุณดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นบางอย่างที่คุณเคยซื้อมาลงบนเครื่องของเพื่อน คุณก็ต้องทำการลอกอิน Apple ID ของคุณลงไปในเครื่องของเพื่อนคุณ ซึ่งอาจจะทำให้ข้อมูลบางอย่างบนเครื่องของเพื่อน ถูกอัพโหลดไปยังระบบฐานข้อมูลของเราในกรณีที่เราเผลอไปเปิดบริการบางอย่างเช่น iCloud และอาจเกิดปัญหาตามมาไม่รู้จบ
นอกจากนั้นในวันที่เพื่อนของเราต้องการอัพเดทแอพพลิเคชั่นที่เราดาวน์โหลดให้ ก็จะไม่สามารถทำได้ นอกเสียจากว่าเราจะยอมใหพาสเวิร์ดของเรา (ที่บางครั้งอาจจะผูกกับบัตรเครดิตวงเงินหลายหมื่บาท) กับเพื่อนเราไป
4. Apple ID กับ Find my iPhone
Find my iPhone เป็นระบบการตรวจเช็คตำแหน่งของ iPhone ที่สามารถช่วยเหลือเราในยามเครื่องหายได้ แต่ก็มีไม่มากนักที่จะเข้าใจระบบดังกล่าวอย่างแท้จริง

จริงๆ แล้ว Find my iPhone เป็นบริการส่วนหนึ่งของ iCloud ซึ่งเราสามารถล็อกอินเข้าใช้งานได้ด้วย Apple ID ของเรา ตัวอย่างเช่น เมื่อเราได้ iPhone มาใหม่เครื่องหนึ่ง เราก็สามารถใช้ Apple ID ในการเปิดใช้บริการ iCloud ได้ โดยในนั้นจะมีระบบ Find my iPhone ให้เราเลือกใช้งาน ซึ่งถ้าเราเปิดใช้งาน ตัวระบบก็จะทำการส่งข้อมูลของสถานที่ของอุปกรณ์นั้นๆ ไปยังฐานข้อมูลของ iCloud ได้ตลอดเวลา
เมื่อเกิดเหตุเครื่องหาย เราก็สามารถใช้ Apple ID ล็อกอินเข้าไปยัง iCloud เพื่อตรวจดูตำแหน่งของอุปกรณ์ดังกล่าวได้เลย
ส่วนแอพพลิเคชั่นที่ชื่อ Find my iPhone ที่สามารถดาวน์โหลดได้ผ่านทาง App Store มีเอาใว้เพื่อใช้หา iPhone เครื่องอื่นๆ ด้วย Apple ID ที่ล็อกอินเข้าไปเท่านั้น ไม่ได้มีส่วนกับระบบติดตามโดยตรงแต่อย่างใด
Views: 8097