สนใจโฆษณาตำแหน่งนี้ คลิกที่นี่

Apps: Uber บริการรถรับส่งส่วนตัวสำหรับชาวกรุง

IMG_1610

“ส่งรถครับ” หลายๆ คนคงเอือมกับคำพูดพวกนี้ ยามต้องโบกแท็กซี่ไปไหนมาไหน แล้วพี่แกดันไม่รับเราด้วยข้ออ้างยอดนิยม ซึ่งประชาชนตาดำๆ อย่างเราๆ (ขนาดนั้นเชียว) ก็รอคอยว่าเมื่อไรจะมีการจัดระเบียบแท็กซี่ให้เราสามารถอุ่นใจยามจะต้องใช้งานซักที ซึ่งดูแล้วก็ไม่มีวี่แววจะทำได้สำเร็จในชาตินี้ (แรงงงง)

และแล้วสวรรค์ก็ส่งสิ่งที่ชื่อว่า “Uber” มาโปรด!

แนะนำกันง่ายๆ ครับ Uber คือบริการรถรับส่งส่วนบุคคล คล้ายๆ แท็กซี่นั่นแหละครับ แต่จะมีระบบกว่า มีมาตรฐานกว่า หรือง่ายๆ คือมัน “ไฮโซ” กว่า!

uber

รูปแบบบริการของ Uber คือ เป็นบริษัทที่มีรถแท็กซี่อยู่ในสังกัดอยู่จำนวนหนึ่ง ที่วิ่งไปมาทั่วกทม. ซึ่งรถที่เอามาใช้ก็จะไม่ใช่ไก่กา เป็นระดับ Toyota Camry, Honda Accord, หรือแม้แต่กระทั่ง Mercedes-Benz E-Class คันละสามสี่ล้านก็มี ซึ่งแต่ละคันจะมี iPad ประจำรถคอยบอกตำแหน่งว่าชั้นวิ่งอยู่ตรงนี้นะจ๊ะ ส่งไปยังส่วนกลางตลอดเวลา

ทีนี้เมื่อผู้โดยสารซักคนอยากจะโบกรถ ก็ไม่ต้องเสี่ยงตายเดินไปกลางถนนยกมือวัดดวงอีกต่อไป เพียงแค่เข้าแอพ Uber บน iPhone แล้วกดเรียกมารับที่พิกัดที่ระบุได้เลย จากนั้นจะไปไหนก็ค่อยไปบอกในรถเอาอีกที และการเก็บนั้นค่าแท็กซี่นั้นทำผ่านแอพทั้งหมด ว่าง่ายๆ ก็คือการขึ้นแท็กซี่ที่จ่ายเงินผ่านบัตรเครดิตที่ผูกไว้กับแอพนั่นเอง

เกริ่นมาพอประมาณ เอาเป็นว่าก่อนจะเข้าสู่รีวิวใครอยากสมัครใช้บริการก่อน (แบบว่าใจร้อน) สามารถเข้าไปได้ที่ https://www.uber.com/invite/n96hs ซึ่งจะได้เครดิตเป็นเงินเอาไว้ใช้ 200 บาทด้วย (ขั้นตอนสมัครต้องผูกบัตรเครดิตลงไปในแอพด้วย แต่ค่อนข้างจะปลอยภัย)

เอาล่ะ… มาเข้าสู่ช่วงเวลาแห่งการรีวิวกันบ้าง

uber1

ผมเริ่มต้นการเดินทางจาก Airport Link มักกะสัน ซึ่งแน่นอนครับ ขั้นแรกต้องเปิดแอพ Uber ที่สมัครลงทะเบียนเอาไว้เรียบร้อยซะก่อน (แต่…แต่…แต่… ผมลืมแคปภาพหน้าจอตอนจะเรียกรถที่มักกะสันซะงั้น! เอาเป็นว่าดูภาพตอนผมเรียกรถแถวๆ สะพานควายไปก่อนแล้วกันเนอะ) เมื่อเราเปิดแอพมาก็จะเห็นว่า รอบๆ ตำแหน่งของเรามีแท็กซี่ Uber วิ่งอยู่ที่ไหนบ้าง แบบ Real-time เลยทีเดียว

uber2

เมื่อเราเลือกตำแหน่งที่จะให้มารับได้แล้ว ก็กดเรียกแท็กซี่ได้เลยครับ ตอนนี้จะใช้เวลาแค่ 5-10 วินาที ก่อนที่ระบบจะบอกว่า รถคันไหนจะมารับเรา แบบมีหน้าคนขับ ยี่ห้อรถ และป้ายทะเบียนบอกเรียบร้อย พร้อมระบุเวลาว่าจะมาถึงในกี่นาที จะได้ประมาณได้ เผื่อจะไปเดินเล่นแถวไหนรอก่อน

จังหวะนี้ถ้าจุดที่ต้องมารับค่อนข้างจะงง บางครั้งพี่แท็กซี่ Uber จะโทรมาถามเราก่อนด้วยว่าจะให้เราไปเจอตรงไหน แต่บางทีก็ไม่โทร ถ้าจุดที่มารับสามารถสังเกตกันได้โดยง่าย

uber3

ระหว่างรอก็มาดูอัตราค่าบริการกันซักหน่อย โดยแท็กซี่ระดับพรีเมี่ยม ราคาก็ต้องพรีเมี่ยมตาม (ไม่ดีใจนะ T^T) โดยเริ่มต้นราคาจะยืนพื้นที่ 45 บาทก่อนเลย และคิดเพิ่มกิโลเมตรละ 9.2 บาท หรือถ้ารถติด หยุดนิ่งคิดนาทีละ 2.5 บาท และค่าโดยสารขั้นต่ำจะอยู่ที่ 75 บาท คือนั่งแบบใกล้สุด ยังไงก็จะเสีย 75 บาท ดังนั้นคำนวณระยะทางกันก่อนนั่งให้ดีๆ

uber4

จากนั้นรถของ Uber ก็มารับเราตามที่ที่ได้นัดหมายไว้ ในแอพก็จะแจ้งเตือนว่ารถจะมาแล้วนะ ตอนที่ใกล้ๆ จะมาถึง พอเราขึ้นรถคนขับรถก็จะจิ้ม iPad ระบุว่าเราขึ้นมาแล้ว ช่วงนี้เราจะเป็นคนบอกครับว่าจะไปไหน เหมือนแท็กซี่ปรกติ เมื่อบอกเส้นทางเรียบร้อยแล้ว ในแอพเราก็จะแสดงเป็นเราอยู่บนรถแล้ว พร้อมเดินทางเลย วู้วว ตื่นเต้น

Photo 4-8-57 12 39 44

มาส่องในรถกันบ้างครับ โดยในรถก็ต้องบอกว่ามันคือ Toyota Camry ครับ! (เออ! รู้แล้ว) คือว่าง่ายๆ มันไม่ได้ฟีลแท็กซี่เท่าไรเลยครับ อารมณ์เหมือนเราเป็นอาเสี่ยมีคนขับรถส่วนตัวมารับแบบเท่ๆ

Photo 4-8-57 12 39 26

ด้วยความที่ Camry นั้นใหญ่กว่าพวก Altis ที่ใช้เป็น Taxi ทั่วไปพอประมาณ และด้วยสภาพรถที่ใหม่มาก การนั่งหลังเลยสะดวกสบายมาก

Photo 4-8-57 12 38 29

Photo 4-8-57 12 57 24

ระยะขานี่กว้างมากครับ เบาะก็ดีกว่า (ตามประสารถคันละล้านกว่าบาท)  มีน้ำมาให้ด้วยขวดนึง และกระดาษทิชชู่ก็มีพร้อม (แต่ละคันไม่เหมือนกัน แต่รวมๆ จะมีน้ำให้)

Photo 4-8-57 12 42 14

นั่งไปได้สักพักก็ถึงที่หมาย ผมก็จัดแจงลงจากรถให้เรียบร้อย โดยที่ไม่ต้องทำขั้นตอนการจ่ายตังอะไรเลย หลังจากลงจากรถได้ไม่กี่วินาทีก็มีอีเมล์เข้ามาแจ้งค่าบริการของการเดินทางครั้งนี้ (คนขับน่าจะกดปุ่มอะไรซักอย่างในรถ เพื่อบอกว่าเราลงมาแล้ว) ซึ่งระหว่างนั่งมาเราจะไม่ได้เห็นค่าบริการแบบ Real-time ครับ ว่านั่งไปเท่าไรอะไรยังไงแล้ว (หรือว่ามีให้ดูก็ไม่รู้นะ ลองสำรวจดูคร่าวๆ แล้วยังไม่เจอ) ซึ่งค่าบริการนี้ก็จะชาร์จจากบัตรเครดิตที่เราผูกไว้กับแอพในตอนแรกโดยตรง หรือถ้าใครมี Credit ที่ได้จากการสมัครมาก็จะเอาไปหักเครดิตตรงนั้นก่อน

Photo 4-8-57 13 15 27

สำหรับระยะทางในทริปแรกของผมนั้น ประกอบไปด้วยการที่ให้แท็กซี่ไปรับที่ Airport Link มักกระสัน จากนั้นไปจอดส่งทำธุระที่แถวแยกสุทธิสารประมาณ 10 นาที (มิเตอร์ยังวิ่งอยู่ จอดรอเฉยๆ) จากนั้นไปส่งผมต่อที่แยกสะพานควาย ด้วยสภาพการจราจรปรกติ ไม่ติดเท่าไร รวมแล้ววิ่งไป 11 กิโลเมตร ใช้เวลา 36 นาที ค่าใช้จ่ายที่ออกมาคือ 237 บาท!

uber6

uber7

ถ้าถามว่าแพงไหม? ผมก็ต้องตอบแบบแบ่งรับแบ่งสู้ครับ คือเรทราคานี้ ถ้าเทียบกับพี่แท็กซี่ปรกติก็คงต้องบอกว่าแพงแน่นอน แต่สำหรับคนที่รู้สึกไม่ค่อยดีกับการวัดดวงขึ้นแท็กซี่ทั่วๆ ไป คนที่ไม่อยากลุ้นว่าจะได้รถเก่าโทรมๆ หรือใหม่เอี่ยม คนที่ไม่อยากวัดดวงเจอคำว่า “ส่งรถ” คนที่ไม่มั่นใจในคุณภาพการขับขี่ของแท็กซี่บนท้องถนน และอีกสารพัดความไม่มั่นใจทั้งหลาย การเลือกจ่ายแพงกว่ากับ Uber ก็ให้ประสบการณ์การเดินทางที่ดีขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ

uber8

เมื่อเสร็จบริการแล้ว เราสามารถให้ดาว และรีวิวการเดินทางครั้งล่าสุดของเราได้ด้วย ซึ่งคนขับคนไหนหากได้ดาวน้อยๆ บ่อยๆ ก็จะมีผลต่อการขับขี่ในอนาคต (อาจโดนบริษัทเรียกไปคุยอะไรแบบนี้) ซึ่งทำให้มาตรฐานการรับส่งผู้โดยสารถือว่าสูงมาก

uber9

สามารถตรวจดูย้อนหลังได้ ว่าเดินทางไปกี่รอบแล้ว และเสียไปกี่บาท

สรุปภาพรวมแล้ว ผมถือว่าชอบมากกับบริการของ Uber ที่ใช้รถมาตรฐานสูง มารับส่ง และคนขับที่เจอมาทุกคนถือว่ามารยาทดี บางคนดีมากๆ มีสวัสดีต้อนรับ พูดคุยมีหางเสียงเพราะๆ เหมือนเราจ้างมาวันละเป็นพันเลยทีเดียว ซึ่งสำหรับคนที่ไม่ติดขัดเรื่องค่าใช้จ่าย ผมว่า Uber จะเป็นอีกหนึ่งการเดินทางในเมืองหลวง ที่ตอบโจทย์ในหลายๆ อย่างที่เรากำลังมองหาอยู่ได้ง่ายๆ ครับ

สมัคร Uber แบบมีเครดิตให้ใช้ 200 บาท ฟรีๆ ได้ที่ https://www.uber.com/invite/n96hs

Views: 7653

Comments