Apps Review: FIFA 11 vs. PES 2011 เจาะลึกเกมของคอบอล “วินนิ่ง vs. ฟีฟ่า” ค่ายไหนดี?

สำหรับผู้ที่ชอบกีฬาฟุตบอลทั้งหลาย ในอดีตก็คงจะคุ้นเคยกับเกมฟุตบอลระดับตำนานอย่าง Wining Eleven หรือที่ทางฝรั่งเรียกว่า Pro Evolution Soccer (PES) อยู่บ้าง ซึ่งนับว่าเป็นเกมที่ครองใจวัยรุ่นยุคก่อนมาได้ซักพักหนึ่ง แต่ด้วยยุคหลังเกมฟุตบอลจากค่าย EA Sport อย่าง FIFA ได้เริ่มเข้ามาตีตลาด และพัฒนาอยู่ตลอดเวลาจนเรียกได้ว่าแซงหน้าเจ้าเก่าไปซะแล้ว จึงทำให้หลายๆ คนน่าจะเกิดอาการลังเลใจเมื่อต้องเลือกเกมใดเกมหนึ่งสำหรับ iPhone สุดที่รักของเรา ไอ้การจะดาวน์โหลดทั้งสองเกมมาเล่นก็ใช่ว่าจะราคาถูกแสนถูกซะเมื่อไหร่ ดังนั้นวันนี้ทาง thaimacupdate จึงอาสาที่จะเป็นหนูลองยา ซื้อตัวเต็มของทั้งสองเกมนี้มาทดสอบให้ดูกัน ดังนั้นเราไปดูการรีวิว FIFA 11 ประชันกับ PES 2011 กันได้เลยครับ

การรีวิวจะแบ่งเป็นหมวดๆ นะครับ โดยจะนำจุดที่คิดว่าน่าสนใจและเป็นข้อแตกต่างกันอย่างชัดเจนมาเปรียบเทียบให้ได้ดูกันครับ

ลักษณะทั่วไปของโหมดต่างๆ ในเกม

จากที่ทั้งสองเกมนั้นเป็นเกมในตระกูลเดียวกันคือฟุตบอล ดังนั้นพวกโหมดการเล่นทั้งหลายก็จะคล้ายๆ กัน นั่นก็คือจะมีระบบแข่งแบบ Exhibition (Quick Mode) ที่ใว้ใช้ในการแข่งกันเล่นๆ นัดต่อนัดนั่นเอง และทั้งคู่ก็จะมีเมนูการเตะแบบ League เก็บแต้มเพื่อชนะถ้วยอยู่ด้วยทั้งคู่ โดยทางฝั่ง FIFA 11 ดูจะมีหน้าตาเมนูที่เรียบง่ายกว่า เข้าถึงได้ง่ายกว่า แต่ดันมาตกม้าตายตรงที่ตอนนี้ยังไม่รองรับระบบ Multiplayer ได้นี่แหละ (ในเกมยังขึ้นเป็น Coming Soon อยู่)

ส่วนทางฝั่ง PES 2011 นั้นมีระบบ Multiplayer สำหรับเล่นหลายคนมาให้ในตัวเสร็จสรรพ โดยสามารถเลือกเชื่อมต่อได้ทั้ง Wi-Fi และ Bluetooth ซึ่งนับว่าจุดนี้ PES ชนะไปเต็มๆ เพราะหากอยากจะเล่นกับเพื่อนๆ ก็คงต้องพึ่งทาง PES เท่านั้น แต่ก็ขอบ่นนิดนึงที่หน้าตาเมนูของทาง PES ดูจะงงๆ ยุ่งๆ กว่านิดหน่อย

Game-Play และการควมคุม

มาดูส่วนของการควบคุมกันต่อเลยเริ่มที่ฝั่ง FIFA 11 นั้นต้องบอกว่าการควบคุมนั้นทำได้ค่อนข้างยาก เนื่องจากการตอบสนองของตัวผู้เล่นในเกมยังไม่ไวทันกับมือและความคิดของผู้เล่น เช่นการพลิกตัว, การหักหลบ, การเบรค (ขณะวิ่ง) การควบคุมพวกนี้จะติดดีเลย์นิดหน่อยอารมณ์ประมาณว่ามือไปแล้ว แต่ในจอยังไม่ไปนั่นเอง แต่ว่าที่พูดมานั้นมันเป็นการดีเลย์ที่นิดเดียวเท่านั้น ซึ่งหากฝึกซักพัก ก็เชื่อว่าจะเริ่มกลับมาชินมือได้บ้างและรู้จังหวะการควบคุม

FIFA 11 Game-play

การควบคุมของ FIFA นั้นจะทำผ่านปุ่มบังคับ 2 ชุด นั่นคือ D-Pad ด้านซ้าย (เหมือนเกมส์ Arcade ทั่วไป) และทางด้านขวาจะมีอยู่ 3 ปุ่มสำหรับการ สไลด์, แทคเกิ้ล, สลับตัวผู้เล่น ในกรณีที่เป็นฝ่ายตั้งรับ และเปลี่ยนเป็นปุ่ม ยิงประตู, ส่งบอล (กดค้างเพื่อส่งลูกโด่ง), จ่ายทะลุช่อง ในกรณีที่เป็นฝ่ายบุก ซึ่งเราสามารถแท็บที่ตัวผู้เล่นเพื่อทำการสลับการบังคับได้ หรือขณะบุกก็สามารถแท็บที่ตัวผู้เล่นเพื่อใช้ทริกต่างๆ เช่นล๊อคหลบ หรือสับขาหลอกได้ (แต่ก็อย่างที่ทราบว่าสับทีไร โดนแย่งลูกทุกที :p)

แต่ข้อเสียที่สุดของ FIFA 11 นั่นคือ ปัญหาเกมกระตุก ซึ่งหลายๆ ท่านที่ได้เข้ามาเขียนรีวิวใน App Store ก็พบปัญหาเดียวกัน คือเกมยังไม่ลื่น และเกิดอาการกระตุกขึ้น ซึ่งอาการกระตุกนี้มักจะเกิดขึ้นในช่วงที่เราเลี้ยงบอลเข้าใกล้เขตประตู หรือการยิงฟรีคิก ต่างๆ นานาที่มีการใช้ทรัพยากรเครื่องมากๆ แต่เมื่อเราทำการเลี้ยงลูกมากลางสนามเกมก็จะกลับมาไหลลื่นเป็นปรกติ ดังนั้นจุดนี้คงต้องรอดูว่าทาง EA จะมีการออกอัพเดทมาแก้ไขปัญหานี้หรือไม่

PES 2011 Game-play

พอมาดูฝั่งของทาง PES 2011 แล้วนั้น การควบคุมผู้เล่นต้องบอกเลยว่าไหลลื่นกว่ากันมากๆ โดยการตอบสนองต่อการบังคับของผู้เล่นทำได้ดีมาก และแทบจะทันทีด้วยซ้ำ การควบคุมทำผ่าน D-Pad เช่นกัน ส่วนทางด้านขวามีปุ่มแค่ 2 ปุ่มเท่านั้นคือ A และ B ซึ่งไม่มีคำอธิบายบอกบนจอว่าแต่ละปุ่มใช้สำหรับทำอะไร (ต้องมั่วเอาเอง) แต่ก็เหมือนทั่วไปคือขณะบุกปุ่มทั้งสองจะเป็นปุ่ม ยิง และ ส่ง (กดค้างเพื่อส่งลูกโด่ง) และขณะรับก็จะกลายเป็นปุ่มแทคเกิ้ล และ สไลด์ ซึ่งไม่มีปุ่มสลับตัวผู้เล่น โดยตัวเกมจะสลับให้อัตโนมัติซึ่งก็พบว่าทำได้รวดเร็วและฉลาดดี อีกทั้งการเล่นเกมก็ไหลลื่น ไม่มีอาการกระตุกเหมือนกับ FIFA มาให้รำคาญใจอีกด้วย

ทีมต่างๆ ที่มีให้เล่น

เรื่องทีมต่างๆ ที่มีให้เราได้เลือกใช้นั้น ก็ต้องบอกว่าเยอะพอๆ กัน แต่ดูเหมือนยกนี้ FIFA จะชนะขาดในส่วนของทีมจากลีกอังกฤษ เพราะด้วยสาเหตุอะไรไม่ทราบทำให้ PES 2011 ไม่ได้ลิขสิทธิ์ชื่อและทีมของนักเตะในลีกอังกฤษมา ทำให้ชื่อทีม โลโก้ สีเสื้อ จะดูขัดลูกหูลูกตาสุดๆ เพราะไม่สามารถใช้เป็นชื่อจริงๆ โลโก้จริงๆ ได้ ต้องคอยหลบเนียนๆ บอกใบ้เป็นนัยๆ ว่าแต่ละทีมเป็นทีมอะไรเอา ซึ่งตรงจุดนี้ทำให้บางคนถึงกับมองข้าม PES ไปเลยทีเดียว ซึ่งเมื่อลองเล่นทีมพวกนี้ดูก็พบว่าเหมือนมันขาดๆ เกินๆ อะไรไปอย่างจริงๆ ซึ่งตรงนี้ก็แอบเสียดายที่ Konami ไม่ได้ลิขสิทธิ์มาอยู่เหมือนกัน

แต่เมื่อหันกลับมามองที่ FIFA ก็ต้องบอกว่าชื่อมาเต็ม โลโก้ครบครัน ชุดเป็นชุด แถมสปอนเซอร์ต่างๆ บนอกเสื้อก็มาครบทุกทีมชนิดที่ว่าเหมือนจริงเป๊ะ แถมยังอัพเดทล่าสุดอีกต่างหาก ต้องบอกว่ายกนี้ FIFA ชนะเลิศกันไปเลยทีเดียว!

คุณภาพกราฟฟิก และเสียงพากย์

มาดูทางด้านภาพและเสียงกันบ้าง ซึ่งหากเทียบกันด้านภาพกราฟฟิกแล้ว FIFA 11 มาวินชนิดทิ้งกันไม่เห็นฝุ่นกันเลย เป็นเพราะการออกแบบมาสำหรับหน้าจอ Retina Display โดยเฉพาะ ดังนั้นภาพที่ได้จึงคมกริบ บาดตา บาดใจ สวยงามระดับเครื่องเกม Console กันเลยทีเดียว แต่ก็ต้องแลกมาด้วยความกระตุกอย่างที่ไ่ด้บอกใว้ก่อนหน้านี้ และ FIFA ยังมีเสียงพากย์ที่ดีใช้ได้ ซึ่งก็ได้อารมณ์การเล่นเกมฟุตบอลที่ดีในระดับหนึ่ง

ส่วนทางด้าน PES 2011 นั้นต้องบอกได้เลยว่า กราฟฟิกนั้นห่างไกลจาก FIFA อยู่เยอะ โดยเฉพาะรายละเอียดเรื่องเสื้อ และหน้าตานักเตะ ที่ทำออกมาแบบว่า เกิดคำถามได้ง่ายๆ ว่า “คนนี้ใคร? (ฟะ)”  ซึ่งก็ต้องยอมทำใจสำหรับกราฟฟิกของ PES แต่ว่าถ้าวัดกันจริงๆ แล้วกราฟฟิกของ PES ก็ไม่ได้ขี้เหร่อะไรมาก เพียงแต่ว่าหากเทียบกับ FIFA แล้วจะต่างกันค่อนข้างมากนั่นเอง และอีกหนึ่งข้อเสียปราบเซียนนั่นคือ PES ไม่มีเสียงพากย์มาให้ ดังนั้นใครที่อยากเล่นแบบได้อารมณ์เหมือนดูบอลก็ต้องทำใจกันเล็กน้อย หรือไม่ก็ต้องให้เพื่อที่นั่งแถวนั้นพากย์ให้แก้ขัดไปก่อนแล้วกัน! (ฮา)

ราคาและตัวเกม

มาดูที่จุดเปรียบเทียบสุดท้ายของทั้งสองเกมอย่างราคาและขนาดไฟล์เกมกันบ้าง โดยเริ่มจากฝั่งของ FIFA 11 ที่มีขนาดไฟล์ค่อนข้างจะใหญ่มาก คืออยู่ที่ 858MB ซึ่งสาเหตุที่ใหญ่ขนาดนี้เพราะส่วนหนึ่งมาจากภาพกราฟฟิกที่ทำมารองรับ Retina Display และจากการที่มีเสียงพากย์นั่นเอง สนนราคาของ FIFA 11 อยู่ที่ $4.99 ซึ่งก็โอเคไม่ถูกไม่แพงจนเกินไปกับคุณภาพเกมขนาดนี้

ส่วนทางฝั่ง PES 2011 นั้นมีขนาดไฟล์เพียงแค่ 51.5MB เท่านั้น ซึ่งก็แน่นอนด้วยคุณภาพกราฟฟิกที่ด้อยกว่ามากและยังไม่มีเสียงพากย์จึงทำให้มีขนาดเล็กได้ขนาดนี้ แต่ทีเด็ด(ตรงไหน?)น่าจะอยู่ที่ราคาแพงกระชากใจที่ $7.99 ซึ่งทำให้หลายๆ คนคิดหนักเหมือนกันหากจะกดซื้อเกมนี้

สรุป

โดยรวมทั้งสองเกมนั้นค่อนข้างจะเน้นจุดขายที่ต่างกันอย่างชัดเจน คือหากใครต้องการความสมจริงและคุณภาพกราฟฟิกก็ต้องเลือกทางฝั่ง FIFA แต่ถ้าหากใครไม่สนใจคุณภาพกราฟฟิกแต่ต้องการเกมที่ไหลลื่นพร้อมระบบ Multiplayer ก็คงต้องเลือกฝั่ง PES แทนนั่นเอง

คะแนน

FIFA 11: 8/10 และ PES 2011 : 7/10

Link บน iTunes Preview

Pro Evolution Soccer 2011 (PES 2011)

FIFA 11 by EA SPORTS™

Views :15536

Related Posts

  • No Related Post