Accessories: Classic Collection และ Letiqué Collection เคสหนังสุดหรูสำหรับ iPhone 4 จาก More

รีวิวกันยาวๆ ไปสำหรับเคสจากค่าย more โดยรอบนี้ถึงคราวเคสแบบซองหนังกันบ้างแล้ว โดยเชื่อว่าหลายๆ คนก็แอบเหล่เคสแบบนี้อยู่เหมือนกันซึ่งก็คงมีบ้างที่ยังแอบไม่มั่นใจหรือยังไม่ชัวร์ว่ามันจะดีไหม จะโอเคไหม ไอ้จะเอาเคสมาลองเสียบๆ สวมๆ ดูก็เกรงใจคนขายเขา ไม่เป็นไรครับ วันนี้ถึงคราวที่ผมจะได้ลองเคสซองหนังแบบนี้แล้ว ซึ่งผมก็แอบสนใจอยู่พอสมควรเหมือนกัน ดังนั้นวันนี้ผมจะหยิบซองหนังสองรุ่นของค่าย more มาให้ดูกันได้แก่รุ่น Classic Collection และรุ่น Letiqué Collection ครับ

เหตุผลที่หยิบมาให้ดูพร้อมกันถึงสองตัวนั้นเป็นเพราะว่าเคสสองรุ่นนี้จัดอยู่ในตระกูลเดียวกัน คือซองหนังแท้เกรดพรีเมี่ยมอย่างดีแถมยังหน้าตาคล้ายกันมากๆ โดยจะแตกต่างกันที่รายละเอียดปลีกย่อยเล็กๆ น้อยเท่าๆ นั้น โดยเริ่มแรกเรามาลองดูเคสในรุ่น Classic Collection กันก่อนเลยซึ่งแน่นอนว่าแค่ชื่อก็บ่งบอกแล้วว่าเคสรุ่นนี้จะเป็นตัวพื้นฐานสำหรับซองหนังของ more ซึ่งสีที่ผมหยิบมาให้ดูนั้นคือสีน้ำตาลเข้มนั่นเองซึ่งก็มีสีดำให้เลือกด้วย

อุปกรณ์พื้นฐานในกล่องก็ตามเดิมคือมีฟิล์มใสสำหรับแปะหน้าจอและด้านหลังเครื่องมาให้อย่างละหนึ่งแผ่นมาพร้อมกับซองหนังที่แอบดันทรงมานิดหน่อยพองามด้วยโฟมด้านในเคส พร้อมสอดใส้ซองกันความชิ้นมาให้อย่างดีไม่ต้องกลัวราขึ้นคากล่องสบายใจกันไป

สัมผัสแรกกับตัวซองหนังก็ต้องบอกเลยว่างานเย็บและงานประกอบตัวซองถือว่าเนี๊ยบมากๆ การฝั่งตะเข็บและร่องรอยการเก็บงานอยู่ในเกณฑ์ที่ดีมากๆ คือจับแล้วรู้สึกได้เลยว่าเป็นซองหนังอย่างดี ไม่ใช่ของดาดๆ ที่หาซื้อได้ทั่วๆ ไปแต่อย่างใด ส่วนตัวหนังที่นำมาใช้ทำซองนั้นพบว่าเป็นหนังวัวสายพันธ์อลาสก้าราปิก้าที่พบตามแถบขั้วโลกเหนือ…..มันมีที่ไหนเล่า!! จริงๆ หน้ากล่องของเคสระบุใว้ว่า “Premium Genuine Leather” ซึ่งผมก็ไปสืบหาข้อมูลต่อมาว่าเขาใช้หนังวัวแท้ๆ ชั้นดีมาทำซองนั่นเอง ซึ่งก็มั่นใจได้เลยถึงคุณภาพของหนังว่าจะไม่ฉีกขาดหรือเป็นอะไรไปง่ายๆ แน่นอน โดยตัวพื้นผิวของหนังนั้นก็เรียบๆ มีลายไม่เยอะมากดูหรูหน่อยๆ

ที่ด้านล่างของเคสก็มีการปั๊มโลโก้ของ more มาอย่างดี ส่วนด้านในนั้นบุผ้าคล้ายๆ สักหลาดที่นุ่มมือพอสมควรเอาใว้อีกหนึ่งชั้นสำหรับป้องกันการขีดข่วนที่อาจจะเกิดขึ้นกับตัวเครื่อง เรียกได้ว่าเนี๊ยบทั้งในและนอกกันเลยจริงๆ

เมื่อทดสอบใส่เครื่องครั้งแรกก็ต้องออกแรงกันนิดหน่อยว่าจะดัน iPhone 4 เข้าไปได้จนสุด แต่ไม่ถึงกับยากมากโดยผมคิดว่าหากใช้ไปนานๆ ก็จะใส่เข้าและถอดออกได้ง่ายขึ้นตามประสาซองหนัง ซึ่งเมื่อใส่เครื่องเข้าไปในซองแล้วก็จะเห็นได้ว่าตัวเครื่องจมเข้าไปข้างในเกือบทั้งหมด โดยขอบของซองก็ปิดคลุมส่วนหน้าหลังของเครื่องได้ทั้งหมด แต่จะมีส่วนขอบเครื่องด้านบนที่โผล่ออกมา ซึ่งด้วยความพอดีเป๊ะกับซองนี่แหละที่ทำให้รู้สึกว่าพอใส่แล้วสวยงามบาดจิตกันไปเลยทีเดียว ซึ่งเวลาจะถอดเครื่องออกมาก็ทำได้ไม่ยากเพียงบีบเครื่องแถวๆ ขอบที่ยื่นออกมาแล้วค่อยๆ ดึงออกด้วยแรงนิดหน่อยก็สามารถเอาเครื่องออกจากซองได้แล้ว ซึ่งช่วงแรกๆ อาจจะต้องระวังตอนดึงออกกันนิดหน่อยไม่งั้นหากดึงแรงเกินไปอาจจะได้ยิน iPhone 4 ของเราร้องเพลง “I believe I can fly” ก่อนทิ้งดิ่งโหม่งโลกอย่างน่าอนาถโดยไม่รู้ตัว

เอาล่ะเมื่อเราดูซองในรุ่น Classic Collection ไปพอสมควรแล้ว ก็หันมาดูที่รุ่น Letiqué Collection บ้าง โดยหากมองแต่ผิวเผินแทบจะหาความแตกต่างระหว่างสองรุ่นนี้ไม่เจอด้วยซ้ำ ซึ่งจริงๆ แล้วสิ่งที่แตกต่างของทั้งสองรุ่นนี้คือลักษณะของหนังที่ใช้ทั้งภายนอกและภายในรวมไปถึงสีที่ต่างกันนิดหน่อย โดยในรุ่น Letiqué Collection นี้จะมีสีน้ำตาลล้ม, สีเทาอ่อน, และสีเทาเข้มให้เลือก โดยผมขอหยิบสีน้ำตาลส้มมาให้ดูก็แล้วกัน

อุปกรณ์ภายในกล่องก็จะเหมือนกับรุ่น Classic เป๊ะ ประกอบไปด้วยฟิล์มหน้าหลังสองแผ่นและซองสอดใส้สารดูดความชื้นหนึ่งอันนั่นเอง

มาพิจรณากันที่ตัวซองหนังกันเลย โดยเมื่อลองหาความแตกต่างก็จะพบว่าตัวหนังที่นำมาใช้ทำซองในรุ่นนี้จะมีความหยาบและรู้สึกได้ถึงความเป็นของเก่ามีค่า อารมณ์ประมาณว่า Antique กันนิดหน่อย ซึ่งจะต่างกับซองแบบ Classic ที่เน้นเรียบหรูมีระดับ แต่รุ่น Letiqué น่าจะไปทางเรียบหรู มีคุณค่า อะไรทำนองนี้เสียมากกว่า ซึ่งมองเผินๆ ก็แทบจะนึกว่าเป็นซองหนังจากแบรนด์แฟชั่นระดับสูงที่ต้องขายกันแพงหูฉี่เลยด้วยซ้ำ

รายละเอียดรอบๆ ซองก็เหมือนกับรุ่น Classic ไม่มีอะไรแตกต่าง แต่ตรงด้านในจะต่างกันมากอยู่เพราะรุ่น Letiqué จะบุหนังกลับแบบนิ่มมือใว้ข้างในซึ่งดูหรูหรากว่ารุ่น Classic อยู่นิดหน่อย (ผมคิดไปเองนะ) และสำหรับความเนี๊ยบและงานตัดเย็บก็ต้องบอกเลยว่าไม่มีที่ติ ซึ่งตรงนี้ผมชอบมากๆ เห็นแล้วเริ่มอันตรายกับเงินในกระเป๋าซะแล้วสิ!

เมื่อทดลองใส่เครื่องเข้าไปก็ดูสวยงามดี โดยเหมือนรุ่น Classic ที่ต้องออกแรงดันหน่อยในช่วงแรกๆ นั่นเอง

อ้อ! ลืมบอกไปว่าเราสามารถใส่ iPhone 4 ของเราโดยจับหัวเครื่องยัดเข้าไปก่อน เพื่อที่จะทำให้ลำโพงมันมาอยู่ที่ปลายซองได้ ไม่งั้นหากจับลำโพงยัดลงไปด้านในเราอาจจะไม่ค่อยได้ยินเสียงริงโทนเท่าไหร่ แต่สำหรับผมที่ชอบเปิดระบบสั่นตลอดเวลาจึงไม่ค่อยสนใจเรื่องนี้เท่าไหร่ จึงนำส่วนก้นเครื่องยัดลงซองไปก่อนตามความเคยชิน

สรุปกันเลยสำหรับซองหนังสองรุ่นนี้จาก more ผมว่าน่าจะเป็นอะไรที่น่าใช้มากอีกตัวหนึ่งสำหรับผู้ที่ไม่ชอบเคสแบบแข็งและตระกูลซิลิโคน โดยเคสแบบซองจะเปลี่ยนอารมณ์การพกพา iPhone 4 ของคุณไปพอสมควร ซึ่งคนที่ชอบพก iPhone 4 ใส่กระเป๋าถือน่าจะชอบซองแบบนี้กัน ซึ่งเราสามารถหยิบซองขึ้นมาจากกระเป๋าถือพร้อมดึง iPhone 4 ออกมารับสายอย่างสวยงาม (แต่ระวัง iPhone บิน) แต่สำหรับคนที่ชอบพกใว้ในกระเป๋ากางเกงอาจจะลำบากหน่อยเพราะเคสมันก็หนาไม่ใช่น้อย

Gallery

ราคา: Classic Collection – 1,390 บาท | Letiqué Collection – 1,390 บาท

ขอขอบคุณ: Vgadz.com

หาซื้อได้ที่:

  • iStudio by SPV
  • iStudio by Com7
  • iStudio by Graphic Scan
  • iStudio by Maczone
  • iBeat by SPV
  • iBeat by Com7
  • iBeat by Piman หาดใหญ่
  • King Power Downtown Shopping Complex – Rangnarm
  • King Power Duty Free/Tax Free – Suvarnabhumi Airport
  • Loft Siam Discovery
  • Loft Charmchuri Square
  • Loft Pardise Park
  • M&C Computer อุบลราชธานี
  • True Shop Siam Paragon
  • True Shop Siam Soi2
  • True Shop Siam Soi3
  • True Shop Digital Gateway 3rd Floor
  • Barbaiphone.com
Views :9920

Related Posts



  • http://www.facebook.com/people/Kroo-Phromma/1560542723 Kroo Phromma

    ราคานี้ไม่แพง ถ้าได้หนังแท้
    สุดคุ้มกับความคลาสสิค ..

  • http://www.facebook.com/people/-/680243430 ตามติด.. น๊อตทำทีสิส

    ผมใช้ Letiqué Collection อยู่ ดีมากครับ
    เรียบ ดูดี less is more
    (แต่ถ้าไม่รักษาท่าจะเป็นรอยง่าย อย่าไปขูดกับของมีคมเด็ดขาด)

  • suwitcha

    ใช้อยู่ครับ แต่พอนานๆ แล้วมันจะหลวม เครื่องหล่นหลายทีแล้ว ระวังกันหน่อยนะครับ