Apps Review: จัดการทุกรายจ่ายบน iPhone ด้วย mPay

นานทีปีหนทาง thaimacupdate จะได้รีวิว App แบบเต็มรูปแบบอย่างนี้ซักที ซึ่งครั้งนี้ก็ไม่ใช่ของไกลตัวกันที่ไหนเพราะนั่นคือ App ที่ชื่อว่า mPay สำหรับ iPhone นั่นเอง ซึ่งตัว App นั้นหมายมั่นปั้นมือว่าจะเข้ามาเป็นตัวกลางในการทำให้การจับจ่ายใช้สอยในชีวิตประจำวันของเหล่าผู้ใช้ iPhone ทำได้สะดวกสบายยิ่งขึ้น ความตั้งใจครั้งนี้จาก mPay จะออกมาเป็นอย่างไรนั้น เรามาตามไปดูกัน

ก่อนจะเริ่มรีวิว App ก็คงต้องขอเกริ่นกันเสียก่อนว่าอะไรเป็นอะไร โดย mPay นั้นหากว่าง่ายๆ คือชื่อเรียกของระบบจ่ายเงินผ่านทางโทรศัพท์ โดยทำหน้าที่เหมือนตัวกลางที่คอยนำเงินของเราที่มีในระบบไปใช้จ่ายค่านู่น ค่านั่น แล้วแต่เราจะเลือก ซึ่งตอนนี้ mPay ถือว่าสามารถใช้ซื้อหรือชำระค่าบริการต่างๆ ได้สารพัด โดยจุดประสงค์หลักๆ ก็คือต้องการทำให้ทุกการใช้จ่ายของเราสะดวก รวดเร็ว ง่ายดายและไม่ต้องกังวัลเรื่องหาแหล่งที่จ่ายค่าต่างๆ

เดิมที่ mPay นั้นเป็นระบบที่สามารถใช้งานได้ผ่านทางเว็บไซต์อยู่แล้ว ดังนั้นโทรศัพท์ต่างๆ ก็สามารถใช้งานได้ผ่านทาง Web Browser ในเครื่อง แต่สำหรับ iPhone ซึ่งเป็นสุดยอดมือถือแห่ง App ทั้งที ทาง AIS ก็ขอเอาใจด้วยการออก App mPay สำหรับ iPhone เพื่อการใช้งานระบบ mPay ที่สะดวกยิ่งขึ้นนั่นเอง

เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา (ที่เสียไปเยอะแล้ว :p) เรามาตามไปดูกันเลยดีกว่า ว่า mPay บน iPhone นั้นจะออกมาหน้าตาเป็นอย่างไร

งานนี้ขอเริ่มจากการดาวน์โหลด App กันก่อน ที่ต้องโชว์ให้ดูก็เพราะว่าหากเราลอง Search ใน App Store ด้วยคำว่า mPay เราจะเจอกับสารพัด App ที่ชื่อละม้ายคล้ายคลึงกันกับ mPay จากทาง AIS ซึ่ง App ที่ถูกต้องก็คือตัวที่โลโก้สีแดงด้านบนสุดนั่นแหละครับ และเมื่อเราหากันจนเจอแล้ว ก็ได้เวลาแต่งงาน เอ้ย! ดาวน์โหลดลงเครื่องแบบง่ายๆ ชิวๆ สไตล์ Apple กันเลย (หรือจะเข้าไปดาวน์โหลดบนคอมพิวเตอร์ก็ทำได้ที่ http://itunes.apple.com/th/app/mpay/id401853685?mt=8)

ก่อนจะเปิดตัว App มีข้อควรรู้อยู่นิดหน่อย คือตัว App จะรองรับการใช้งานเฉพาะผู้ที่ใช้เครือข่าย AIS เท่านั้น (ก็ของเค้านี่เนอะ) โดยหากเราเป็น AIS แต่ใช้งาน Wi-Fi อยู่ ในการทำรายการต่างๆ เราจะต้องกรอกเบอร์โทรศัพท์เพื่อรับ OTP (One-Time Password) สำหรับการทำรายการต่อ ยุ่งยากกันไปนิดหน่อย ดังนั้นแนะนำว่าให้ปิด Wi-Fi ชั่วคราว และใช้ EDGE สำหรับทำรายการต่างๆ จะดีกว่า ไม่ต้องกลัวช้าหรอกครับความเร็วของ EDGE ที่เราใช้กันอยู่สามารถทำรายการต่างๆ ได้สบายๆ ไม่มีปัญหา

มาดูที่หน้าจอแรกของ mPay กันหน่อย พอได้เห็นปุ๊ปก็เกิดความรู้สึกว่า เออ! มันก็ครบเครื่องใช้ได้แฮะ! สำหรับลูกค้า AIS ทั้งแบบรายเดือนหรือ One-2-Call แค่เจอไอคอน GSM , One-2-Call ก็น่าจะยิ้มแฉ่งสบายใจแล้วล่ะครับ เพราะเราสามารถจ่ายค่าบริการรายเดือนหรือเติมเงินได้จาก App นี้เลย หรือจะเป็นไอคอนอื่นๆ ก็จะมี Bill ที่ใช้จ่ายค่าสาธารณูปโภคต่างๆ , การซื้อตั๋วหนัง Major หรือตั๋วการแสดงต่างๆ จาก Thai Ticket Major ก็ทำได้, เติมเงินเกมออนไลน์ @Cash หรือจะเป็นบริการอื่นๆ ก็มีให้เลือกอีกเพียบ เรียกได้ว่าครอบคลุมแทบจะทุกบริการจริงๆ ดังนั้นเราจะมาเริ่มต้นใช้งานเบื้องต้นกันก่อนเลยดีกว่า ส่วนวิธีการใช้เมนูต่างๆ นั้นจะหยิบมาให้ดูแบบละเอียดๆ ทีหลัง

ก่อนอื่นเลยเราต้องลงทะเบียนใช้งานครั้งแรกกันก่อน เพื่อสร้างรหัสส่วนตัวหรือ PIN จำนวน 4 หลักใว้ใช้ทำรายการต่างๆ โดยหากเชื่อมต่อผ่าน EDGE ระบบจะโชว์เบอร์โทรเราให้โดยอัตโนมัติ เราก็แค่กรอกเลขบัตรประชาชนลงไปและเลือกรหัส PIN ตามใจชอบ

จากนั้นเราจะได้ SMS สำหรับยืนยันการสมัครใช้งาน โดยบน App นี้เราจะใช้รหัส PIN 4 ตัวเป็นหลัก ส่วนพาสเวิร์ดที่ได้มาเอาใว้สำหรับใช้บน www.ais.co.th/mpay นั่นเอง

จากนั้นให้เลือกทำการผูกบัตรเครดิตเข้ากับระบบ mPay ต่อ หรือจะผูบัญชีธนาคารก็ได้ แต่หากเลือกผู้บัญชีธนาคารต้องมีขั้นตอนการลงทะเบียนผ้านตู้ ATM เข้ามานิดนึง ดังนั้นผมจึงเลือกผูกบัตรเครดิตเข้าไปดีกว่า เวลาจะใช้จ่ายอะไรจะได้ตัดเงินจากบัตรไปได้เลย

หลังจากผูกบัตรเครดิตแล้ว ระบบก็จะตัดเงินจากบัตรเราไป 10 บาทเพื่อยืนยันว่าบัตรเราใช้ได้จริงๆ แต่ไม่ได้ตัดแบบเสียเปล่า เพราะระบบจะทำการโอนเงินเข้าไปใน mCASH ให้ และแถมโบนััสให้อีก 10 บาทรวมแล้วในครั้งแรกเราจะมีเงินอยู่ในกระเป๋า mCASH อยู่ 20 บาทนั่นเอง

พูดถึง mCASH กันซักหน่อยเพื่อไม่ให้งง อย่างที่บอกว่า mPAY นั้นเป็นระบบการจ่ายเงินค่านู่นนี่นั่นให้เรา โดยเงินที่จะเอามาจ่ายนั้นก็มาจากสองทางคือ ทางแรกจากบัตรเครดิตที่เราผูกใว้กับระบบนั่นแหละครับ ส่วนีกทางก็คือหักเงินจาก mCASH ไปจ่าย ซึ่งเจ้า mCASH เนี่ยเปรียบเสมือนเงินออนไลน์ที่เราสามารถเติมเข้าไปเก็บใว้ได้ (ผ่านทางบัญชีธนาคารที่ผูกใว้) ซึ่งเมื่อเติมเข้าไปแล้ว เราก็จะเสมือนมีเงินออนไลน์พร้อมนำไปจำจ่ายใช้สอยได้อย่างสะดวกมหาสะดวกนั่นเอง

เอาล่ะเมื่อพร้อมใช้งานแล้ว ผมขอลองด้วยสิ่งที่ผมมักจะจ่ายเป็นประจำอย่างค่าโทรรายเดือนก่อนด้วยเมนู GSM ซึ่งเมื่อเข้าไปก็จะพบหน้าให้กรอก PIN ที่เราได้ตั้งเอาใว้ จากนั้นก็กรอกเบอร์โทรที่ต้องการจะจ่ายเข้าไป จากนั้นเราก็จะเห็นค่าโทรคงเหลือล่าสุดซึ่งเราสามารถเลือกจ่ายด้วย mCASH ที่มีอยู่ หรือตัดผ่านบัตรเครดิตที่เคยผูกใว้ได้เลย

ผมเลือกแบบตัดผ่านบัตรเครดิต ระบบก็จะทำการจ่ายเงินให้เรียบร้อย จากนั้นก็ได้ SMS ยืนยันรายการอีกที นับว่าค่อนข้างง่ายสำหรับการจ่ายค่าบริการรายเดือน แทนที่จะต้องไปกดผ่านตู้ ATM หรือจ่ายที่สาขาย่อย หากทำผ่าน mPay บน iPhone เพียงนั่งจิ้มโปรแกรมซัก 3 นาทีก็เป็นอันเรียบร้อย

จะว่าไปด้วยความรีบใช้งาน เรายังไม่ทันสำรวจเมนูอื่นๆ เลยด้วยซ้ำ ดังนั้นก็ขอเข้าไปดูเมนู Profile กันหน่อย ซึ่งในนี้เป็นส่วนรายละเอียดต่างๆ ของเรา ซึ่งสามารถทำการเพิ่มบัตรเครดิตและเพิ่มบัญชีธนาคารเข้าไปในระบบได้ รวมไปถึงการเปลี่ยนแพลงพาสเวิร์ดต่างๆ

แน่นอนสำหรับระบบ One-2-Call เราก็สามารถเติมเงินได้เช่นกัน โดยสามารถเลือกเบอร์โทรและจำนวนเงินที่จะเติมได้เลย โดยกระซิบบอกนิดนึงว่าหากเติมต่ำกว่า 100 บาทจะต้องเป็นการเติมด้วย mCASH เท่านั้น หากเกิน 100 บาทขึ้นไปสามารถหักจากบัตรเครดิตที่ได้ผูกใว้ได้เลย

สำหรับเมนู Bill ก็สามารถจ่ายค่าต่างๆ ได้อีกเยอะโข ที่เด่นๆ เลยก็พวกค่าน้ำค่าไฟค่าโทรศัพท์ต่างๆ ก็สามารถจ่ายได้หมด รวมไปถึงค่าบัตรเครดิตต่างๆ แต่จะมียกเว้นนิดหน่อยตรงที่เราไม่สามารถใช้บัตรเครดิตจ่ายค่าบัตรเครดิตได้ (แน่นอนล่ะสิ) คือต้องใช้เงินสดที่ฝากใว้ใน mCASH จ่ายแทนนั่นเอง

งานนี้มียิ้ม เพราะได้ถือโอกาสทดลองจ่ายค่าไฟเลยทันที ไม่ต้องลงทุนเดินไปร้านแถวบ้านให้เหนื่อยอีกแล้ว นั่งจ่ายกันบนเก้าอี้ในห้องเนี่ยแหละ :p ซึ่งก็ง่ายๆ ตามคาด

ต่อมาที่เมนู Money Transfer นั้นเอาใว้ใช้จัดการกับเงิน mCASH ที่มีในระบบ โดยเราสามารถเติมเงินเข้าไปใน mCASH (ด้วยการโอนเงินผ่าน ATM หรือตัดตรงจากบัญชีธนาคาร) หรือสามารถโอน mCASH ให้ผู้อื่น หรือแม้แต่การถอน mCASH ออกมาเป็นเงินจริงก็ทำได้ นับว่าสะดวกดีเหมือนกัน

เมนูต่อมาเชื่อว่าหลายๆ คนน่าจะชอบกัน นั่นคือเราสามารถทำรายการซื้อตั๋วหนังในเครือ Major Cineplex ได้เลยจากเมนู Movie Ticket โดยเมื่อเข้าไปแล้วจะมีสาขาให้เลือก พร้อมกับหนังที่กำลังมีฉายอยู่ในขณะนั้น ซึ่งเราสามารถสั่งซื้อตั๋วหนังได้จาก App ตรงนี้เลยก็ถือว่าสะดวกสำหรับผู้ที่ต้องการความรวดเร็วและไม่อยากเสียเวลาไปต่อคิวนั่นเอง

ต่อมาเป็นเมนู Game โดยทีแรกก็นึกตั้งนานว่ามันคืออะไร พอเข้าไปดูก็ถึงบางอ้อ เพราะเป็นระบบซื้อ @Cash ซึ่งสามารถใช้เติมเงินเล่นเกมส์ออนไลน์ระดับบิ๊กเนมทั้งหลายทั่วไทยได้ และอีกเมนูอย่าง Ticket ก็ใช้ซื้อตั๋วละครหรือการแสดงต่างๆ ผ่านทาง Thai Ticket Major ได้ แต่อาจจะต้องเสียเวลาเพิ่มเติมนิดนึงในการสมัครสมาชิกกับทาง Thai Ticket Major ก่อน แต่สำหรับผู้ที่เคยสมัครใว้อยู่แล้วก็ง่ายหน่อย (ดังนั้นใครที่ซื้อพวกบัตรละครต่างๆ บ่อยๆ แนะนำว่าให้ไปสมัครออนไลน์รอใว้เลยจะดีกว่า)

เมนูอื่นๆ อย่าง Top Up และ Delivery ก็ใว้ใช้สั่งซื้อบริการต่างๆ อีกมากมายที่มีบน mPay ซึ่งสามารถเลือกใช้บริการกันได้ตามสะดวก

ส่วนเมนูสุดท้าย Biz & Bank ก็จะเป็นการรวบรวมธนาคารเวอร์ชั่น Mobile ต่างๆ มาให้เราได้เลือกใช้งาน รวมไปถึงตลาดหุ้นต่างๆ และยังมีข้อมูลอัตราแลกเปลี่ยนและราคาน้ำมันให้ได้เช็คดูกันอีก ซึ่งก็ครบวงจรแทบจะทุกอย่างเหมือนกัน

หลังจากที่รีวิวเบื้องต้นตัวนี้เสร็จ ผมได้มีโอกาสใช้ตัว mPay อยู่พักใหญ่ๆ ซึ่งเชื่อไหมครับว่า เพื่อนๆ รอบตัวผมเห็นผมเป็นตู้บริการเคลื่อนที่ไปแล้ว เช่นเพื่อนบางคนที่ใช้ One-2-Call พอรู้ว่าผมสามารถกดเติมเงินจาก iPhone ได้ ทุกวันนี้พอเวลาเงินเพื่อนใกล้จะหมด ก็จะเดินหยิบแบงค์ร้อยมาใบสองใบพร้อมระบุจำนวนเงินให้ผมเติมให้พร้อมจ่ายเป็นเงินสดมาที่ผมแทน แหม่! ชีวิต (เพื่อน) ช่างจะสะดวกสบายอะไรเช่นนี้ (ฮา)

ข้อดีที่สุดของระบบ mPay ที่รู้สึกได้ก็คือความสะดวกในการจ่ายบิลแบบไม่จำเป็นต้องเป็นของตัวเองนี่แหละ เช่นเราสามารถจ่ายค่าน้ำค่าไฟให้คนอื่นได้ หรือเติมเงินให้หมายเลขอื่นๆ และอะไรอีกหลายๆ อย่าง จนแทบไม่อยากเชื่อว่าทั้งหมดนี้จะมากองกันอยู่ใน App เพียงตัวเดียวดังนั้นผมก็ขอแนะนำ App ตัวนี้สำหรับสาวก iPhone บนเครือข่าย AIS ที่มีบัตรเครดิต (ที่ต้องบอกว่าต้องมีบัตรเครดิตเพราะว่าการจ่ายเงินจะสะดวกกว่าการเติมเงินแบบ mCASH หลายเท่า) เพราะจะทำให้การใช้จ่ายค่านู่นนี่นั่นในชีวิตประจำวันสะดวกขึ้นมากๆ จริงๆ

แนะนำตัว App มาตั้งนาน มาดูข้อเสียกันบ้างดีกว่า ในส่วนบริการต่างๆ เราคงไปวิจารณ์อะไรได้ไม่มากนักเพราะมันเป็นรูปแบบตายตัวที่ทาง mPay กำหนดมาอยู่แล้ว แต่ที่น่าหงุดหงิดพอประมาณคือรูปแบบการทำงานที่ยังคงออกแนว “เว็บ” อยู่ คือหน้าตาการใช้งานจะเป็นแบบตัวหนังสือและสามารถกดที่ตัวหนังสือเพื่อไปยังเมนูต่างๆ เหมือนกับเราเล่นเว็บนั่นเอง อีกทั้งขนาดตัวหนังสือก็เหมือนจะโดนย่อจนมีขนาดเล็กและซูมออกมาจนสุด ซึ่งอาจเป็นเพราะระบบของ mPay ที่อิงรูปแบบมาจาก Web on Mobile มากเกินไป ทำให้การใช้งานแต่ละครั้งก็ต้องลากนิ้วซูมเข้าไปอ่านกันลำบากซักหน่อย โดยเท่าที่ได้ยินมาทาง mPay กำลังดำเนินการและพัฒนาตรงจุดนี้อยู่ วึ่งหากแก้ไขได้แล้วก็จะถือว่าเป็นระบบการจ่ายเงินบน iPhone ที่ดีใช้ได้เลยตัวนึงเหมือนกัน

@pondkungz

Views: 15563

Comments