
ปัญหาความหลากหลายของความละเอียดหน้าจอเป็นสิ่งที่ Apple หลีกเลี่ยงมาโดยตลอด แต่ดูเหมือนว่าในอนาคตอันใกล้นี้อาจจะถึงเวลาที่ Apple ต้องเลือกตัดสินใจอะไรบางอย่างเกี่ยวกับเรื่องนี้แล้ว และมันอาจเป็นการตัดสินใจที่สำคัญสุดๆ
Apple ถือเป็นบริษัทที่มักจะเลือกไม่เผชิญกับสิ่งที่ก่อให้เกิดปัญหาและความยุ่งยากต่อการใช้งานรวมไปถึงความยุ่งยากในการพัฒนาสิ่งต่างๆ หนึ่งในนั้นคือเรื่องของความละเอียดหน้าจอของอุปกรณ์ iOS ทั้งหลายที่ Apple มี ซึ่งมีแนวคิดที่ว่าหน้าจอของอุปกรณ์ต่างๆ ไม่ควรจะมีความละเอียดหลากหลายรูปแบบเกินไป เพราะจะทำให้เกิดความลำบากในการพัฒนาโปรแกรม ดังเช่นที่บรรดา Android Phone ทั้งหลายเคยเกิดปัญหาที่ว่ามีโทรศัพท์ระบบ Android ออกมาหลายรุ่นเกินไปและแต่ละรุ่นก็ใช้ความละเอียดหน้าจอแตกต่างกันหมด ทำให้นักพัฒนาที่จะเขียนโปรแกรมขึ้นมาตัวเดียวแต่กลับต้องทำโปรแกรมออกมาเกินกว่า 10 ถึง 20 เวอร์ชั่น เพียงเพื่อให้สามารถใช้งานบนหน้าจอความละเอียดต่างๆ ได้
เราจะเห็นได้ว่า ตั้งแต่ตอนแรกที่ Apple ออก iPhone รุ่นแรกที่ใช้ความละเอียดหน้าจอ 480 x 320 pixel หลังจากนั้นอุปกรณ์อย่าง iPod touch หรือ iPhone 3G ก็ใช้ความละเอียดเดียวกันมาโดยตลอด หรือแม้แต่การออก iPhone 4 ที่อัพเกรดความละเอียดไปเป็น 960 x 640 pixel ก็ยังเป็นการเพิ่มความละเอียดแบบเท่าตัวบนหน้าจอขนาดเท่าเดิมทำให้ App เก่าๆ สามารถใช้งานบนหน้าจอแบบใหม่ได้ตามปรกติ เพียงแต่ภาพอาจจะดูเบลอไปบ้าง
ในส่วนของ iPad ก็เช่นกันที่ Apple ใช้ความละเอียดหน้าจอ 1024 x 768 pixel มาโดยตลอดตั้งแต่ iPad รุ่นแรกจนมาถึง iPad 2 ทำให้จนถึงปัจจุบัน Apple มีขนาดความละเอียดหน้าจออยู่ 3 ระดับ นั่นคือ 480 x 320 pixel, 960 x 640 pixel, และ 1024 x 768 pixel นั่นคือหากใครต้องการจะพัฒนาโปรแกรมใดโปรแกรมหนึ่งให้สามารถใช้งานได้ตั้งแต่บน iPhone รุ่นแรกยัน iPad 2 ก็ต้องทำหน้าตาของโปรแกรมออกมาแค่ 3 ความละเอียดข้างต้นเท่านั้น

ที่เกริ่นนำมาทั้งหมดก็เพื่อจะเข้าสู่คำถามที่คาใจนักวิเคราะห์หลายๆ คนจากทั่วโลก รวมถึงตัวผมด้วยที่ว่า “แล้ว iPad 3 และ iPhone 5 จะออกมาเป็นยังไง”
คำว่าจะออกมาเป็นยังไงที่ว่านี้ จะขอโฟกัสไปที่ส่วนของความละเอียดหน้าจอแต่เพียงอย่างเดียวก่อนเพราะเป็นอะไรที่น่าสนใจมากและจะส่งผลกระทบต่อนักพัฒนา App ทั้งหลายค่อนข้างแน่ สืบเนื่องจากที่ผ่านๆ มามีข่าวที่ว่า Apple อาจจะเพิ่มความละเอียดหน้าจอให้กับ iPad 3 เป็นระดับ Retina Display ซึ่งหมายความว่าเราจะเห็น iPad 3 มีความละเอียดหน้าจออยู่ที่ 2048 x 1536 pixel เลยทีเดียว นอกจากนั้นก็มีข่าวว่า iPhone 5 จะมีขนาดหน้าจอที่ใหญ่ขึ้นมากกว่าเดิมที่กว้าง 3.5″ กลายไปเป็น 4″ ซึ่งอาจทำให้ iPhone 5 มาพร้อมกับความละเอียดที่มากกว่า 960 x 640 pixel อีกด้วย
ตัวเลือกของ Apple มีไม่มากนัก ซึ่งจำเป็นต้องเลือกอย่างระมัดระวังไม่อย่างนั้นอาจจะทำให้เกิดผลเสียมากกว่าผลดีต่อกาพรวมของระบบ App ที่ตอนนี้ Apple ถือเป็นอันดับต้นๆ ของโลกอยู่ในขณะนี้
ในส่วนของ iPad 3 นั้นมีความเป็นไปได้สูงมากที่ Apple จะเลือกใช้ความละเอียดหน้าจอระดับ Retina Display ที่ 2048 x 1536 pixel ซึ่งยังไม่ถือว่าเป็นปัญหามากเท่าไรเพราะก็จะคล้ายๆ กับตอนที่ iPhone อัพเกรดไปเป็น Retina Display เหมือนกันนั่นคือ App เก่าๆ จะยังคงใช้งานได้ดีบนความละเอียดใหม่แต่นักพัฒนาก็มีตัวเลือกที่จะพัฒนาตัว App ที่มีความละเอียดมากขึ้นด้วยก็เท่านั้น
ที่น่าหนักใจที่สุดคงเป็น iPhone 5 ที่ยังไม่รู้จะออกมาแบบไหน โดยตามข่าวที่ลือกันเยอะที่สุดที่ว่า iPhone 5 จะมาพร้อมกับขนาดหน้าจอที่ใหญ่ขึ้นเช่น 4” ซึ่งหากเรื่องนี้เป็นจริง (ดูก็ไม่น่าพลาด) ก็จะทำให้ Apple จำเป็นต้องเพิ่มความละเอียดหน้าจออย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้เพราะ Apple เองคงไม่อยากให้ iPhone รุ่นใหม่ของพวกเขาหน้าจอใหญ่ขึ้นด้วยความละเอียดเท่าเดิม เพราะมันจะเป็นการลดค่าความหนาแน่นของพิกเซล (dpi) จนทำให้ดูเหมือนกับว่า iPhone รุ่นใหม่จอสวยคมชัดสู้รุ่นเก่าไม่ได้
เรื่องนี้น่าสนใจมากว่า Apple จะเพิ่มความละเอียดให้กับหน้าจอของ iPhone 5 ได้ระดับไหน หากเราลองคิดดูเล่นๆ ว่าถ้า Apple เลือกที่จะอัพเกรดหน้าจอของ iPhone 5 ไปเป็น 1024 x 768 pixel ซึ่งมีขนาดเท่า iPad รุ่นปัจจุบัน เราอาจจะได้เห็นการใช้งาน App ของ iPad บน iPhone 5 ได้ ซึ่งจะทำให้ iPhone 5 ดูน่าสนใจและเป็นเรื่องฮือฮามากขึ้นอีกเยอะ
หรือหาก Apple เลือกที่จะอัพเกรดหน้าจอ iPhone 5 ไปเป็น 1280 x 720 pixel ซึ่งเป็นความละเอียดระดับ HD ก็จะทำให้ iPhone รุ่นใหม่มีจอที่ละเอียดมากและเหมาะกับการใช้งานสำหรับดูหนังฟังเพลงรวมไปถึงการเล่นอินเตอร์เน็ทมากขึ้น
แต่ไม่ว่า Apple จะเลือกทางไหน นั่นก็จะเป็นการเพิ่มขนาดความละเอียดแบบใหม่เข้ามาให้กับนักพัฒนา App ได้ปวดหัวเล่น ซึ่ง Apple จะมีวิธีการแก้ปัญหาที่จะเกิดขึ้นตามมาอย่างไร
ต้องขอบอกว่าเรื่องนี้น่าติดตาม!

By @pondkungz
ตีพิมพ์ในนิตยสาร Digital Lifestyle ฉบับที่ 31 เดือนมกราคม 2555