Hardware Review: iPhone 4S

ไม่รู้จะหาเหตุผลใดๆ มาแก้ตัวกับรีวิว iPhone 4S ที่เรียกว่าออกมาช้าจนบางคนไม่รออ่านกันแล้ว แต่ในความช้านี้ก็ทำให้หลายๆ คนพอจะรู้ถึงสเปคเครื่องและรายละเอียดทางเทคนิคจากแหล่งข่าวต่างๆ กันไปพอประมาณ ซึ่งเป็นอะไรที่เราได้วางแผนเอาใว้แล้ว (เหรอ?) เพื่อที่จะทำให้รีวิวนี้เน้นหนักไปทางการใช้งานในชีวิตจริงอีกตามเคยซึ่งเป็นอะไรที่ผมถนัดมากที่สุด เอาเป็นว่ามาพบกับรีวิว iPhone 4S เวอร์ชั่นใช้งานจริง (มาหลายเดือน) กันเลยดีกว่าครับ

เหตุเกิดเพราะความบังเอิญ

แน่นอนครับว่าก่อนจะเข้ารีวิว ต้องมาเจอกับเกริ่นนำไร้สาระของเราตามสไตล์ก่อน ซึ่งก่อนอื่นต้องขอบอกก่อนเลยว่าตัวผมเองแรกเริ่มไม่ได้มีความคิดที่จะซื้อ iPhone 4S มาใช้แต่อย่างใด ส่วนหนึ่งก็เพราะลืมจอง (ลืมจริงๆ นะเนี่ย) เพราะมัวแต่ทำงาน ไอ้ครั้นจะหาซื้อหลังงานเปิดตัวก็ตามหากันจนเพลียแถมแต่ละร้านแต่ละศูนย์ก็เล่นกั๊กเครื่องกันเหลือเกิน ซึ่งตอนนั้นใช้ iPhone 4 อยู่ก็ไม่ได้เดือดร้อนอะไร แถมมีตัวมารในหัวคอยยุให้ย้ายไปใช้ BlackBerry เพื่อเอามาจัดการกับอีเมล์ที่นับวันเมล์ขยะจะมากกว่าเมล์งานด้วยซ้ำ

แต่แล้วเหมือนมีอะไรบางอย่างดลใจผมให้ไปที่ AIS สาขาใหญ่ที่เชียงใหม่เมื่อคราวที่ผมกลับบ้านช่วงปีใหม่ซึ่งทีแรกที่ไปกะว่าจะไปดูเครื่องให้เพื่อนพร้อมดาวน์เกรดโปรโมชั่นที่ใช้อยู่ แต่ทว่าพอไปถึงก็ได้คำตอบกลับมาว่าเหลือเครื่องอีกบานตะไท เรียกว่าเลือกจิ้มได้เลยจะเอารุ่นไหนสีไหน สุดท้ายก็ต้านทานตัวกิเลสไม่ไหวครับ โดนมาจนได้หนึ่งเครื่องโดยที่ผมเลือกรุ่นความจุ 32GB สีดำมาใช้งาน

เหตุที่เลือกเอา iPhone 4S 32GB ก็เพราะว่าก่อนหน้านี้ผมใช้ iPhone 4 สีขาว 16GB มาพักใหญ่ๆ โดยเมื่อใช้ไปได้ซักระยะหนึ่งก็จะพบปัญหาว่าความจุเริ่มไม่พอ ถึงแม้จะไม่ได้ลงเพลงอะไรเยอะเลยก็ตาม เนื่องจากว่า App บาง App สมัยนี้ที่ภาพสวยๆ หน่อยอย่าง Infinity Blade หรือ Fifa 2011 ก็กินพื้นที่ไปตัวละเกือบๆ 1GB กันแล้ว รวมไปถึงพวกรูปถ่ายที่ถ่ายกันทีละหลายๆ MB ทำให้ผมคิดไปเองว่าในเมื่อ iPhone 4S นั้นกล้องดีกว่าเดิม รูปภาพมีขนาดใหญ่กว่า และตัวกราฟฟิกของเกมก็ดีกว่าเดิมทำให้ต้องลองเล่นเกมเจ๋งๆ อยู่เสมอ จึงมาลงเอยที่ 32GB นี่เอง (ส่วน 64GB ก็อยากได้นะครับ แต่เกินงบ T^T)

แกะกล่องตามธรรมเนียม

ไม่รู้ใครเป็นคนตั้งกฎใว้ว่าจะรีวิวมือถือต้องเริ่มจากการแกะกล่อง ซึ่งเราก็สนองตามนั้นครับ เริ่มจากตัวกล่อง iPhone 4S ที่แทบจะไม่ต่างอะไรกับกล่อง iPhone 4 เลย ต่างกันแค่สีกล่องด้านหน้าที่เป็นพื้นขาวเท่านั้น (แบบเดิมเป็นสีดำ) และรอบๆ กล่องก็จะมีบอกใว้ด้วยว่ารองรับ iCloud

อุปกรณ์ภายในกล่องก็ตามมาตรฐาน iPhone ครับ ก็จะมีคู่มือทั่วไป, หูฟัง, สายชาร์จ, อแดปเตอร์, และที่จิ้มถาดซิม (ว่าแต่อยากรู้จริงๆ ว่าสติ๊กเกอร์ Apple ที่แถมๆ กันมานี่ใช้กันบ้างรึเปล่า ผมชอบเก็บใว้แล้วทำหายทุกที :p)

แรกเริ่มเลยนะครับสำหรับคนที่เพิ่งซื้อเครื่องมาใหม่ๆ สิ่งที่ต้องทดสอบเป็นอย่างแรกคือการลองใช้งานโทรเข้าโทรออกครับ เพราะผมเองเคยเจอมากับตัวแล้วประมาณว่าเป็นเครื่องใหม่เลย ทดลองทุกอย่างแล้วเวิร์คแต่กลับบ้านไป มีคนโทรเข้ามาเราไม่ได้ยินเสียงเค้าเลยครับ ดังนั้นแกะเครื่องมาลองใช้โทรเข้าโทรออกก่อนเลย ชัวร์ที่สุด

อีกข้อนึงที่เคยแนะนำไปแล้วว่าให้ท่องใว้เลยก่อนจะหน้าแตกคือ iPhone ที่เพิ่งแกะกล่องมาใหม่ๆ จะมีฟิล์มแปะด้านหน้าใว้ทั้งแผง ซึ่งฟิล์มที่ว่าเนี่ยจะบังส่วนของลำโพงด้านบนที่เอาใว้แนบหูฟังด้วย ซึ่งก่อนจะลองโทรคุยเหมือนที่ผมได้บอกใว้เมื่อกี๊ให้เอาสติ๊กเกอร์นี้ออกก่อนนะครับ ไม่งั้นไม่ได้ยินเสียงแล้วยื่นให้พนังงานดู พนักงานลอกสติ๊กเกอร์แล้วยื่นกลับนี่หน้าแตกเลยนะ :p

หน้าตาเดิมๆ ไม่เปลี่ยนแปลง

สิ่งหนึ่งที่รู้สึกได้เมื่อลองจับ iPhone 4S คือ เราไม่ตื่นเต้นกับรูปทรงของมันแล้วครับ แน่นอนเพราะว่าเราเห็นกันมาเกลื่อนเมืองชนิดที่ว่าหันไปทางไหนก็เจอมาได้เป็นปีแล้ว ทั้งๆ ที่จริงแล้วหากลองสังเกตดูดีๆ ตัววัสดุและคุณภาพการประกอบของ iPhone 4/4S นั้นยังไมมีโทรศัพท์คู่แข่งในท้องตลาดรายไหนทำได้ใกล้เคียงเลย ซึ่งจริงๆ แล้วผมว่าดีไซน์ของ iPhone 4/4S นี่คลาสสิคถึงขนาดใช้ได้ 4-5 ปียาวๆ เลยด้วยซ้ำ

ส่วนเล็กๆ ที่เปลี่ยนแปลงไปก็จะมีพวกขีดดำๆ ต่างๆ รอบเครื่องที่ย้ายตำแหน่งเล็กน้อยให้สับสนเล่น และพวกปุ่มต่างๆ ที่ย้ายที่พองามให้ผู้ผลิตเคสปวดหัวเล่น ซึ่งเอาจริงๆ ก็ไม่ต่างกับแบบเดิมเท่าไหร่

เรื่องกล้อง ต้องลอง

สิ่งแรกที่ผมอยากจะลองบน iPhone 4S มากที่สุดคือเรื่องกล้องครับ เพราะอย่างที่รู้ว่า iPhone 4 นั้นโดนวางยาให้ตัวกล้องมีอาการผิดปรกตินิดหน่อยแบบพอไปได้เนียนๆ เช่นถ่ายพื้นขาวแล้วจอเขียวหรือ White Balance แย่จนทำสีเพี้ยน อะไนทำนองนี้ ซึ่งทรมาณกับคนที่ใช้ชีวิตอยู่ในคอนโดที่เป็นหลอดไฟแบบ Warm Light เป็นอย่างมาก เพราะไม่ว่าจะถ่ายอะไรมันจะออกติดเหลืองๆ ส้มๆ มาโดยตลอด ซึ่งทางแก้ก็คือต้องเอาเข้าโปรแกรมแต่งรูปเอาเองทีหลัง แต่แล้วก็เหมือนฟ้าประทานเมื่อผมได้คว้า iPhone 4S เข้ามาลองถ่ายรูปที่ห้องเดิมห้องเดียวกันดู ผลปรากฎว่า…ไอ้ติดเหลืองที่ว่ามานั้น มันหายไปแล้วครับพี่น้องงง…เรียกได้ว่าดีใจจนแทบจะวิ่งไปซื้ออีกสิบเครื่องมาแจกญาติๆ ใช้ (เวอร์ไป)

ภาพถ่ายจาก iPhone 4S แบบไม่ได้ปรับสีอะไรทั้งสิ้น แค่ย่ออย่างเดียว

ส่วนหนึ่งมาจากระบบ White Balance ที่ดีขึ้นมาก ทำให้กล้องของ iPhone 4S สามารถจัดแสงในภาพได้ดีขึ้นมาก รวมไปถึงการถ่ายภาพที่มี Contrast จัดๆ (ประมาณว่าย้อนแสงแล้วคนหน้าดำ) ตัวกล้องของ iPhone 4S ก็จะเก็บรายละเอียดส่วนมืดได้มากขึ้นหากเทียบกับ iPhone 4 เอาเป็นว่าแค่เรื่องกล้องก็ต้องยกนิ้วให้แล้วครับ ว่าคราวนี้พี่แกมาเจ๋งจริง ตัดขอเสียทุกอย่างทิ้งไปหมด จนแทบจะเป็นกล้องคู่ใจสำหรับเดินทางไปเที่ยวแทนกล้อง Compact ขนาดเล็กได้เลยจริงๆ ยอม!

ภาพถ่ายจาก iPhone 4S ผ่าน Instagram ขยายให้ดูแบบ 100% ว่าละเอียดได้ขนาดไหน

ในส่วนของวิดีโอไม่มีอะไรต้องพูดถึงมาก เนื่องจากสามารถใช้งานได้ตามมาตรฐานทั่วไป ไม่มีอะไรแปลกใหม่ ส่วนระบบที่ว่ากันสั่นกันไหวอะไรพวกนั้นพอเอาเข้าจริงๆ มีก็เหมือนไม่มี เพราะเราคงไม่ได้หวังผลระดับสูงกับวิดีโอจากมือถืออยู่แล้ว แต่รวมๆ แล้วถือว่าวิดีโอมีคุณภาพที่ดีมาก สามารถพึ่งพาได้สบายๆ ยามต้องการถ่ายเป็นภาพเคลื่อนไหวแทนภาพนิ่ง

กราฟิกดีขึ้น? ไม่บอกไม่รู้

อย่างที่รู้กันดีกว่า iPhone 4S นั้นกระโดดไปใช้ CPU Apple A5 ที่เหมือนกับ iPad 2 ดังนั้นคำว่ากราฟิกดีขึ้น 9 เท่าเหมือนที่ iPad 2 เคยโม้ใว้ก็เลยโดนนำมาใช้กับ iPhone 4S ด้วย ซึ่งแรกๆ ที่ผมได้ลองใช้ผมกลับลืมจุดนี้ไปเลย (เพราะมัวตื่นเต้นกับกล้องมากไปหน่อย แหะๆ) แต่พอนึกขึ้นได้ผมเลยลอง Capture หน้าจอตอนเล่นเกม Real Racing 2 เอาใว้ ซึ่งเป็นเกมแข่งรถที่ว่ากันว่ากราฟิกเทพที่สุดบน iOS แล้ว จากนั้นก็ไปเปิดเกมเดียวกันนี้บน iPhone 4 ในฉากเดียวกัน ผลก็ออกมาดังภาพ

Real Racing 2 บน iPhone 4S

Real Racing 2 บน iPhone 4

ไม่น่าเชื่อครับว่าฉากเดียวกัน ซีนเดียวกัน ภาพจาก iPhone 4S จะให้รายละเอียดที่ดีกว่า เนียนตากว่า ง่ายๆ คือสวยกว่านั่นแหละ โดยเกมดังๆ อย่าง Infinity Blade II ก็มีการปรับกราฟิกสำหรับ iPhone 4S โดยเฉพาะเช่นมีการเพิ่มแสงและเงาในฉากต่างๆ เข้ามาอีกพอประมาณ คือถ้าเล่นเล่นบน iPhone 4S เราจะไม่รู้ตัวเท่าไหร่ แต่ถ้าลองได้เทียบกับ iPhone 4 แล้วละก็จะแทบเป็นลม

อีกอย่างนึงคือความลื่นในการเล่น อันนี้ออกตัวชัดๆ ได้เลยครับว่าการเล่นเกมต่างๆ บน iPhone 4S นั้นลื่นหัวแตกกว่า iPhone 4 มากๆ ซึ่งไม่รู้ว่าเป็นการวางยาของผู้ผลิตเกมหรือเปล่าที่จัดเต็มกราฟิกลงไปในเกมใหม่ๆ ของพวกเขา ทำให้เวลาใช้ iPhone 4 เล่นจะกระตุกเป็นระยะ (Infinity Blade II นี่ตัวดีเลย) แต่พอย้ายมาเล่นบน iPhone 4S นี่ลื่นจนน้ำตาแทบไหล เรียกว่าประทับใจมากกับความเร็วตรงจุดนี้

Siri เวิร์คมั้ย?

ตอบตรงๆ แบบไม่ลำเอียงนะครับ “ยังไม่เวิร์ค” ครับ โดยเจ้า Siri ที่ถือเป็นลูกเล่นชูโรงของ iPhone 4S ที่ทำท่าเหมือนจะช่วยเราได้ทุกอย่าง แต่เอาเข้าจริงๆ การใช้งานในชีวิตประจำวันในประเทศไทยนั้นเราแทบจะไม่มีโอกาสได้ใช้ Siri เลยครับ ซึ่งการใช้งานส่วนมากที่พอจะเกิดขึ้นจริงก็มีแค่ถามเวลาประเทศต่างๆ , ถามอุณหภูมิ, ตั้งเวลาปลุก, สั่งโทรออก และอีกนิดหน่อยเท่านั้น ซึ่งลูกเล่นที่เจ๋งๆ เช่นการนำทางหรือการหาสถานที่ต่างๆ จะไม่สามารถใช้งานได้ในไทย ซึ่งเป็นเพราะทาง Apple น่าจะยังไม่ได้เตรียมการข้อมูลประเทศเล็กๆ เหล่านี้ โดยไปเน้นฝั่งอเมริกาและยุโรปก่อน ทำให้เอาเข้าจริงๆ Siri นั้นมีเหมือนเอาใว้ให้รู้ว่าเป็น iPhone 4S เสียมากกว่าจะใช้งานอย่างเป็นเรื่องเป็นราว

เรื่องของสำเนียงก็อีกเรื่องหนึ่ง การใช้งาน Siri นั้นสำเนียงและการออกเสียงเราต้องเป๊ะด้วยนะครับ หากพูดเพี้ยนๆ หน่อยหรือพูดคำที่เป็นชื่อภาษาไทยเช่น “เชียงใหม่” ส่วนใหญ่ Siri จะได้ยินเป็น Shin-mine ทุกที

แต่สำหรับการใช้งานทั่วไปตามที่บอกมาก Siri ก็อำนวยความสะดวกให้เราได้ดีในระดับหนึ่ง ที่น่าจะสะดวกที่สุดคือการตั้งเวลาปลุกครับ เพราะเราจะได้ไม่ต้องไปไล่กลิ้งๆ เพื่อตั้งเวลาปลุกกันอีกต่อไป (พูดผิดมันก็ตั้งได้นะ :p)

แบตเตอรี่ %#$%@$@#%

ที่เป็นตัวยึกยือๆ ด้านบนจริงๆ แล้วเป็นคำด่าที่ไม่สามารถเผยออกมาบนเว็บได้ครับ :p โดยจากการทดลองใช้ iPhone 4S มาแล้วเป็นเดือนๆ ผลสรุปเรื่องแบตเตอรี่คือ “ห่วยจริงอะไรจริง” ซึ่งเรื่องนี้ทาง Apple บอกว่าเป็นบั๊กของระบบ 3G ที่ดูดพลังงานแบตฯเร็วเกินไป จากการทดลองใช้โดยการชาร์จเต็ม 100% แล้วทิ้งใว้ 6 ชั่วโมง (ต่อ Wi-Fi ใว้) พบว่าเหลือแบตฯเหลือเพียง 80% เท่านั้น ซึ่งถ้าเปิดใช้ระบบ 3G แล้วมี Notification เข้ามาเยอะๆ ก็จะลดเยอะกว่านี้มาก

ยิ่งการใช้งานนอกสถานที่นี่ไม่ต้องพูดถึงครับ แทบไม่เคยอยู่รอดก่อนกลับบ้านซักครั้ง หากเราออกจากบ้านตอน 100% เต็มซักราวๆ 9 โมง ไปทำงานทำโน่นทำนี่ ถ่ายรูปบ้างพอประมาณ, เอาลงไปเล่น Facebook ตอนพักเที่ยง ประมาณว่าเล่นทั่วๆ ไป  ซัก 3-4 โมงเจ้า iPhone 4S ก็จะเริ่มเหลือต่ำกว่า 40% แล้วครับ ซึ่งเรื่องนี้ต้องบอกว่าทำใจและรอ Apple ออก iOS 5.1 ออกมาแก้ไขปัญหาเรื่องแบตเตอรี่กันซักที

สรุปแล้วกับ iPhone 4S?

จากที่ได้ทดลองใช้งาน iPhone 4S มาเดือนกว่าๆ และคลุกคลีอยู่กับรายละเอียดต่างๆ และประสบการณ์ในการใช้ ก็คงต้องบอกว่า iPhone 4S นั้นทำได้ดีมากในเรื่องของกล้อง ซึ่งทำให้คนที่ชอบถ่ายรูปด้วย iPhone จะหลงรักมันได้ไม่ยาก ส่วนเรื่องการใช้งานทั่วไปก็ต้องยอมรับว่าเร็วขึ้นจริงๆ คนที่ใช้ iPhone 4 มาอาจจะคิดว่าเร็วแล้ว แต่ App บางตัวนั้นเกิดมาเพื่อ iPhone 4S จริงๆ ซึ่งก็จะลื่นกว่าเล่นบน iPhone 4 มากๆ ส่วนลูกเล่นอื่นๆ อย่าง Siri ที่หลายๆ เจ้ายกให้เป็นตัวชูโรงผมขอลดความสำคัญลงไปแค่เป็นตัวประกอบเท่านั้นเพราะใช้งานได้ทั่วไป แถมเอาจริงๆ ก็ไม่ค่อยได้มีโอกาสใช้ซักเท่าไหร่ โดยรวมแล้วเป็นการอัพเดทที่เยี่ยมยอดมากสำหรับ iPhone 4S ที่ผมคิดว่าแค่กล้องใหม่ก็คุ้มแล้ว เสียอย่างเดียวมาตายตอนจบที่แบตเตอรี่นี่แหละที่ต้องทนรอดูกันต่อไปว่า Apple จะแก้ไขยังไง

iPhone 4S ถือว่าเป็นลูกเมียน้อยที่ออกตัวได้แรงเกินคาด จากที่ใครหลายคนรุมด่าทำนองที่ว่าออกมาถ่วงเวลา iPhone 5 เท่านั้น แต่พอได้ลองใช้จริงก็ประทับใจในทุกๆ ส่วนที่ถูกอัพเกรดขึ้นมา เอาเป็นว่าถ้าใครสนใจก็อย่าลังเลครับ :-)

Gallery

Views: 21044

Comments