
ถือว่าเป็นบทความพิเศษที่สืบเนื่องมาจากการปรับลดราคาของ iPad รุ่นเก่าๆ ซึ่งผมมองว่าราคาของ iPad รุ่นเก่าที่ปรับลงงวดนี้ มันออกมาแปลกๆ ไปหน่อย เลยจะขอมานั่งวิเคราะห์ถึงความคุ้มค่า สำหรับคนที่กำลังมองหา iPad ใช้งานอยู่ โดยไม่ได้สนใจตัวที่เพิ่งออกใหม่ให้ดูครับ
เริ่มต้นมาดูกันที่ราคาโดยรวมของ iPad ในปัจจุบันกันก่อน โดยที่บ้านเรานั้นยังไม่มีการประกาศราคาของ iPad Air 2 และ iPad mini 3 อย่างเป็นทางการออกมา จึงไม่นำมาเกี่ยวข้องในบทความนี้นะครับ
iPad Air
– Wi-Fi 16GB 12,700 บาท / 32GB 15,200 บาท (16GB/32GB ส่วนต่าง 2,500 บาท)
– Cellular 16GB 17,900 บาท / 32GB 19,700 บาท (16GB/32GB ส่วนต่าง 1,800 บาท)
iPad mini
– Wi-Fi 16GB 8,600 บาท
– Cellular 16GB 13,100 บาท
iPad mini 2
– Wi-Fi 16GB 10,400 บาท / 32GB 12,200 บาท (16GB/32GB ส่วนต่าง 1,800 บาท)
– Cellular 16GB 14,900 บาท / 32GB 16,700 บาท (16GB/32GB ส่วนต่าง 1,800 บาท)

ซึ่งหากเราเปรียบเทียบความแตกต่างของราคาในแต่ละรุ่น ระหว่างโมเดล Wi-Fi และ Cellular ก็จะได้ดังนี้
iPad Air (ราคาที่แตกต่างกัน)
– 16GB 5,000 บาท / 32GB 4,500 บาท
iPad mini
– 16GB 4,500 บาท
iPad mini 2
– 16GB 4,000 บาท / 32GB 4,500 บาท
กลายเป็นว่า ในตอนนี้ iPad mini 2 รุ่น 16GB เป็นรุ่นที่มีความแตกต่างของราคาระหว่างโมเดล Wi-Fi และ Cellular น้อยที่สุด คือ 4,000 บาท ส่วน iPad Air 16GB กลายเป็นรุ่นที่ราคาต่างกันที่สุด คือ 5,000 บาท และที่น่าสนใจก็คือ ราคาระหว่างรุ่น 16GB และ 32GB จากที่เคยต่างกันราวๆ 3,500 บาท ตอนนี้ต่างกันแค่เพียง 1,800-2,500 บาท เท่านั้น
เท่ากับว่า หากใครจะซื้อ iPad รุ่นเก่าในตอนนี้ ผมอยากแนะนำให้ข้ามรุ่น 16GB ไปได้เลย (ถ้าไม่นับ iPad mini รุ่นแรกที่ไม่มี 32GB ให้เลือก) เพราะราคาที่เพิ่มขึ้นมาเท่านี้ ถือว่าคุ้มค่ากับความจุที่ได้เป็น 32GB กว่ามาก

ส่วนการเลือกรุ่น ผมมองว่าที่ราคาระดับนี้ iPad Air รุ่นแรกอาจจะไม่น่าสนใจมากนัก เพราะการที่ Apple ออก iPad Air 2 แล้วเปลี่ยนหน้าตาให้บางลง จะทำให้มูลค่าของ iPad Air เก่าตกลงไปพอสมควร ซึ่งจากราคาที่ลดลงไป รุ่นที่น่าสนใจก็มีเพียง iPad Air Wi-Fi 16GB เท่านั้นที่ดูถูกหน่อย แต่จะให้เพิ่มเงินเอา 32GB ไปเลย ราคาก็จะสูงเกินคุ้มเพราะจะไปใกล้กับราคาที่คาดไว้ของ iPad Air 2 พอสมควร ดังนั้นการเลือกซื้อ iPad Air ในช่วงนี้ ถือว่าราคาไม่ค่อยเป็นใจเท่าไร ออกแนวกั๊กๆ จะถูกก็ไม่ถูก จะแพงก็ไม่แพงซะมากกว่า
ส่วน iPad mini รุ่นแรก ผมมองว่าน่าสนใจแค่ตัว Wi-Fi 16GB เท่านั้น สำหรับคนที่อยากได้ตัวถูกๆ จริงๆ เอาไว้ใช้งานพอประมาณ ไม่แนะนำให้เอาตัว Cellular มาใช้ เพราะราคาดูโหดเกินไปสำหรับสเปคเท่านี้
ส่วน iPad mini 2 อย่างที่เคยบอกไว้ในบทความสรุปรายละเอียดก็คือราคาถือว่าน่าสนใจ และสเปคก็ไม่ได้ล้าหลังอะไร ซึ่งรุ่น 32GB ทั้งโมเดล Wi-Fi และ Cellular ถือว่าค่อนข้างโอเค และน่าจะถูกกว่า iPad mini 3 รุ่น 16GB ตอนเปิดตัวด้วย ถ้าเทียบกันกับ iPad mini 3 16GB ก็เท่ากับว่า เราได้พื้นที่เก็บไฟล์เยอะกว่าเดิม แต่จะไม่ได้ Touch ID และระบบ Apple Pay ประมาณนั้น ในราคาที่ถูกกว่าประมาณพันกว่าบาท
สำหรับบทวิเคราะห์ราคาและความน่าซื้อก็มีเพียงเท่านี้ ซึ่งต้องบอกว่าเป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้จัดทำเว็บไซต์ ซึ่งในความเป็นจริงอาจจะมีปัจจัยอื่นๆ อีกมากที่มีผลต่อการตัดสินใจซื้อและความคุ้มค่าของแต่ละคน ซึ่งก็หวังว่าบทความนีจะเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้นครับ
Views: 4685