
แม้ว่า iPhone รุ่นใหม่ๆ จะมีการพัฒนาแฟลชหลังกล้องจนสามารถใช้งานได้ดีขึ้นเรื่อยๆ แต่ว่าการจะฝากความหวังไว้กลับแฟลชรูเข็มอันกระจิ๊ดในทุกงานคงไม่ใช่เรื่องเข้าท่าซักเท่าไร ซึ่งอุปกรณ์ประเภทแฟลชเสริมนี่แหละ ที่น่าจะเข้ามาเติมเต็มการถ่ายภาพของ iPhone ให้ดียิ่งขึ้นได้

IBLAZR เป็นแฟลชเสริมที่ Thai Mac Update นำมาทดสอบในครั้งนี้ โดยสเปคที่เห็นมาถือว่าน่าสนใจดี มาดูกันเลยดีกว่าครับเดี๋ยวจะค่อยๆ เล่ารายละเอียดให้ฟัง!


ตัว IBLAZR นั้นมีให้เลือก 3 สี แต่สีเงินจะเป็นรุ่น Premium ที่ใช้วัสดุเป็นอลูมิเนียมตรงกรอบหน้า แน่นอนว่าดูแข็งแรงทนทานกว่ารุ่นพลาสติกแน่ๆ แต่ก็มีราคาค่าตัวเพิ่มมาด้วยเช่นกัน ใครไม่ซีเรียสเรื่องวัสดุอาจจะลองดูตัวธรรมดาก็น่าจะเพียงพอ

แหล่งกำเนิดแสงของ IBLAZR จะมาจากหลอดไฟ LED จำนวน 4 หลอด ที่วางเรียงกันเป็นสี่เหลี่ยม ซึ่งด้านบนมีปุ่มสวิตช์สั่งการสำหรับทำงานในแบบต่างๆ อยู่ แสงจากหลอด LED ทั้ง 4 นี้ให้แสงสีขาวที่อุณหภูมิแสง 5600k สำหรับช่างภาพน่าจะพอได้ไอเดียว่าแสงจะมาโทนไหน ส่วนใครที่ไม่รู้เรื่องก็ข้ามไป อย่าซีเรียส (ฮา)

อุปกรณ์ที่ให้มาในชุดก็จะมี ซิลิโคนสำหรับกระจายแสง, ขาตั้ง, สายชาร์จ, และซองผ้าสำหรับพกพา

สำหรับอุปกรณ์ที่สำคัญมากๆ ในเซ็ทนี้ ผมมองว่ามันคือตัวซิลิโคนที่ให้มาด้วยครับ เพราะมันจะทำหน้าที่กระจายแสงที่ออกมาจากหลอดไฟ LED ทั้ง 4 ให้เนียน ไม่จับเป็นก้อนกลมๆ ซึ่งเทียบกันแล้วแบบไม่ใส่แสงจะจ้าสว่างกว่าก็จริง แต่จะเห็นแสงตัดเป็นขอบชัดมาก พอใส่ปุ๊ป เนียนฟรุ้งฟริ้งเลยทีเดียว

การชาร์จไฟ สามารถทำได้ผ่านสายชาร์จที่มีมาให้ โดยตามสเปคแล้วบอกว่าสามารถใช้งานต่อเนื่องได้ราวๆ 3 ชั่วโมงทีเดียว ซึ่งเท่าที่ลองแล้วก็ถึงนะ ส่วนการชาร์จก็ไม่นาน แป๊ปเดียวเต็มไม่กี่นาที

สำหรับสวิตช์ด้านบนก็จะใช้งานได้คร่าวๆ คือ กดค้าง 3 วิเพื่อเช็คแบตเตอรี่ (ถ้าไฟติด 4 ดวงคือเต็ม), กด 1 ทีเพื่อเปิดการทำงานกับแอพ, พอกดอีกครั้งก็จะเป็นการเปิดไฟให้ติดด้วยความเข้มแสงระดับ 1, กดอีกครั้งเป็นความเข้มระดับ 2, และกดอีกครั้งก็จะเข้มสุดที่ระดับ 3 กดอีกก็วนลูปกันไป

เอาล่ะ มาถึงการใช้งานกันบ้าง โดยเจ้า IBLAZR สามารถใช้งานได้หลากหลายครับ โดยเราจะเสียบกับ iPhone แล้วกดเปิดไฟแบบ Manual เพื่อใช้กับแอพ Camera ที่อยู่ในเครื่องอยู่แล้วก็ได้ ไฟของแฟลชก็จะติดตลอดเวลา ซึ่งอาจจะเปลืองพลังงานซักหน่อย รีวิวนี้เลยขอว่าด้วยการใช้แอพ iblazr ที่โหลดได้ฟรีจาก Apple Store มาใช้ควบคู่กับตัว IBLAZR เป็นหลักครับ

โหมดการทำงานพื้นฐานของแอพ มีอยู่ 3 โหมด นั่นคือ (รูปหลอดไฟ) เป็นการถ่ายภาพนิ่งแบบปรับความสว่างของแฟลชได้เลยซึ่งแฟลชจะติดตลอด , อีกโหมดคือการถ่ายแบบออโต้ (รูปแฟลช) โหมดนี้แฟลชจะทำงานตอนกดถ่ายเท่านั้น และโหมดวิดีโอที่แฟลชจะเปิดค้างไว้ตอนกดถ่ายวิดีโอ โดยรีวิวนี้เน้นการใช้งานโหมดออโต้ (รูปแฟลช) เป็นหลัก เพราะใช้ง่ายสุดละ

มาถึงเวลาทดลองใช้งานจริงกันแล้วครับ งานนี้เราได้น้องแฟงกี้ สาวน้อยน่ารักจากเชียงใหม่มาเป็นนางแบบ ส่วนสถานที่เราเลือกไปถ่ายที่ที่โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล ดาราเทวี เพราะคิดว่าน่าจะสวยแบบมืดๆ ซึ่งเหมาะกับการทดลองแฟลชพอดี (ฮา) มาดูผลลัพธ์กันเลย
*** รูปที่ถ่ายด้วย iPhone ทุกรูปในรีวิวนี้ ไม่มีปรับแสงใดๆ ทั้งสิ้น เพื่อให้ได้เห็นสภาพการใช้งานจริงมากที่สุด ไฟล์ออกจากกล้องแล้วผ่านแค่การย่อขนาดเท่านั้นครับ ***

เริ่มกันที่การถ่าย Selfie กันก่อน! นึกออกแล้วใช่ไหมครับ ว่าความลำบากในการถ่ายภาพตัวเองในที่มืดมันเป็นยังไง ซึ่งกล้อง iPhone นั้นแน่นอนว่ากล้องหน้าไม่มีแฟลช หากต้องการจะ Selfie จริงๆ ต้องงัดกล้องหลัง เปิดแฟลช แล้ววัดดวงเอาเท่านั้นว่าหน้าของเราจะไปเกาะขอบจอด้านไหน (รันทดยิ่งนัก) แต่สำหรับ IBLAZR เราสามารถหมุนแฟลชให้ใช้งานกับกล้องหน้าได้ คุณภาพของภาพออกมาตามนี้


ผลที่ได้ แน่นอนว่าการใช้แฟลชช่วยในระยะประชิดแบบนี้ เราจะสามารถถ่าย Selfie แบบหน้าชัดได้แล้วถึงแม้ว่าจะมืดมากๆ เหมือนที่ที่เราได้รีวิว ก็สามารถถ่ายได้สบายๆ แต่การถ่ายแบบมีแฟลชอัดหน้า ก็จะเสียรายละเอียดฉากหลังไปพอสมควร ซึ่งก็ถือว่าได้อย่างเสียอย่าง ซึ่งหากอยากได้พื้นหลังติดมาด้วย ก็ควรจะมีแหล่งแสงอื่นๆ ให้ฉากหลังหน่อย แต่ถ้ามืดสนิทจริงๆ ก็จะได้แต่ฉากหน้าแทน (แต่ก็เชื่อว่า การเสียรายละเอียดพื้นหลังน่าจะดีกว่าหน้าออกมาดำดูไม่ได้ล่ะน่า)
มาถึงการทดลองถ่ายด้วยกล้องหลังกันบ้าง ซึ่งแน่นอนว่าก็ต้องลองเทียบกับแฟลชหลังกล้องที่มีมาให้อยู่แล้ว โดยเครื่องที่ใช้ก็คือ iPhone 5s ที่เป็นแฟลชแบบ Two-Tone ซึ่งถือว่าให้สีที่สวยมากๆ อยู่แล้วโดยไม่ต้องใช้อะไรเพิ่มเติม เราจึงลองไล่ถ่ายตั้งแต่ไม่เปิดแฟลช > ใช้แฟลชหลังกล้อง (Two-Tone) > ใช้แฟลชเสริมระดับ 1 > ใช้แฟลชเสริมระดับ 2 > ใช้แฟลชเสริมระดับ 3

ผลที่ได้ จะเห็นความแตกต่างชัดเจนมาก รูปไม่เปิดแฟลช แน่นอนว่าอะไรก็ดูมืดมิดไปหมด ส่วนรูปที่ใช้แฟลช Two-Tone ของ Apple ได้สกินโทนที่ออกมาสวยใช้ได้เลย แต่นางแบบจะลอยออกมาจากฉากหลังไปหน่อย ส่วนการใช้แฟลช IBLAZR ในระดับ Lv.1 ดูไม่ค่อยมีแสงเท่าไร ยังติดมืดอยู่ ส่วน Lv.2 และ Lv.3 ถือว่าได้แสงที่ค่อนข้างจะลงตัว นางแบบไม่ลอยมาเหมือนแบบ Two-Tone หลังกล้อง ซึ่งสังเกตดีๆ Lv.3 นั้น ฉากหลังจะดำกว่า Lv.2 นิดหน่อย เพราะแสงฉากหน้าเริ่มจะเยอะไปแล้ว ในการใช้งานจริงเราก็ต้องลองเลือกดูครับว่าอยากได้บาลานซ์ระหว่างฉากหน้าและฉากหลังประมาณไหน ซึ่งตรงนี้แหละที่เป็นข้อดีเพราะเราสามารถปรับระดับได้เองโดยตรง
อีกโหมดที่น่าสนใจก็คือ โหมดใช้งานแฟลช Two-Tone และ IBLAZR ไปพร้อมๆ กัน โดยเราสามารถเลือกเปิดได้โดยกดที่ไอคอน Native ด้านบน จะเป็นการเปิดการทำงานนี้ ซึ่งคราวนี้แฟลชจะติดพร้อมกันทั้งสองที่แล้ว

ผลที่ได้ ภาพที่ถ่ายด้วยแฟลช Two-Tone อย่างเดียวจะติดเหลืองๆ หน่อย (สภาพแสงในตอนนั้นคือมืดเกือบสนิท มีแค่หลอดไฟขาวๆ ที่อยู่ห่างเกือบ 30 เมตรส่องมาเท่านั้น) ส่วนโหมดการทำงานแบบแฟลชคู่ ถือว่าออกมาได้โทนที่ขาวกว่า สีผิวก็ดูมีชีวิตชีวากว่า เพราะได้แสงขาวมาผสมมากขึ้นนั่นเอง
อุปกรณ์ยังมีขาตั้งแฟลชตัวจิ๋ว สามารถนำไปใช้วางตามจุดต่างๆ ได้ด้วยขาตั้งที่ออกแบบมาเพื่อใช้กับกล้อง Digital ทั่วไป ไม่ Sync กับแฟลชของกล้อง Digital แต่สามารถใช้เปิดเป็นไฟต่อเนื่องได้
ทดสอบกันจนหนำใจแล้ว ขอลองใช้ IBLAZR เป็นแฟลชหัวกล้อง DSLR กันซักหน่อยแล้วกัน ในสภาพที่แสงมืดมากๆ เหมือนเดิม (ด้านบนคือภาพตัวอย่างเวลาประกอบกับกล้องใหญ่) โดยงานนี้ผมใช้ Canon EOS M เป็นตัวทดสอบ

เริ่มจากการถ่ายนางแบบในสภาพแสงที่มืดเพียวๆ ก็จะออกมาอย่างที่เห็น ซึ่งด้วยความที่เป็น DSLR ก็สามารถเปิดหน้ากล้องให้นานขึ้นเพื่อเก็บแสงให้มากขึ้นได้ แต่ก็จะต้องแลกมากับความเบลอที่แทบจะหลีกเลี่ยงไม่ได้ ถ่ายยังไงก็ไม่ชัดถ้าไม่มีขาตั้งและอ้อนวอนให้นางแบบกลั้นหายใจอยู่นิ่งให้นานๆ

ส่วนพอลองเอา IBLAZR มาเสียบหัวกล้อง ตำแหน่งที่เราใช้เสียบแฟลชแยก แล้วเปิดแสงแบบ Manual ก็จะทำให้เราได้แสงมากเพียงพอที่จะถ่ายนางแบบได้ แต่แน่นอนว่าจะเป็นภาพคนละโทนกับแบบแรก เพราะแสงไปกระทบที่ฉากหน้า เห็นนางแบบชัดมาก แต่ก็เสียรายละเอียดโทนสีในฉากหลังไปจนเกือบหมดเหมือนกัน
สำหรับการรีวิวอันยาวเหยียดนี้ สรุปได้ว่า IBLAZR เป็นอุปกรณ์เสริมที่ถือว่าใช้ได้ดีทีเดียว สำหรับผู้ที่ต้องถ่ายภาพในยามแสงน้อย หรืออาจจะนำไปประยุกต์ถ่ายย้อนแสงในตอนกลางวันก็ได้
ถ้าให้ชี้เป้าให้ชัดๆ เลยก็น่าจะเป็นการใช้ถ่ายรูป Selfie ในสถานที่แสงน้อยต่างๆ เพราะจะทำให้ได้ภาพหน้าตัวเองที่ชัดเจนกว่าปรกติแน่ๆ อีกการใช้งานที่น่าจะเข้าท่ามากๆ ก็คือการนำเอาไปใช้ในงานปาร์ตี้ยามค่ำคืน ที่มีการถ่ายรูปกับเพื่อนฝูง ทั้งกล้องหน้า กล้องหลัง ต่างๆ แฟลชตัวนี้ก็จะช่วยได้มากๆ เพราะคนที่ชอบเที่ยวน่าจะรู้ดีว่าแสงไฟในร้านต่างๆ ยามราตรีมักจะออกมาเป็นโทนแดงมั่ง ฟ้ามั่ง ม่วงมั่ง พอสาดลงหน้า ก็อาจจะดูไม่งามเท่าไร พอได้ไฟสีขาวมาช่วยก็จะทำให้ดูสดใสขึ้นได้อีกเยอะเลย ใครที่สนใจลองหาซื้อไปใช้งานกันได้ครับ
สำหรับท่านผู้อ่าน www.thaimacupdate.com เพียงแจ้งโค๊ด iblazrtmu ในการสั่งซื้อผ่านหน้าเว็ป www.biziny.com หรือ Line ID: bizinyonline
รับส่วนลด 300 บาทสำหรับสีขาว และ สีดำ จาก 1,890 บาท เหลือ 1,590 บาท และ สำหรับ iBlazr Premium จาก 2,190 บาท เหลือ 1,890 บาท
*ราคานี้ฟรีค่าจัดส่งทั่วประเทศ พร้อมรับประกัน 1 ปี
ราคา:
iBlazr (ขาว/ดำ) – 1,890 บาท
iBlazr Premium (เงิน) – 2,190 บาท
ขอขอบคุณ: Biziny
Gallery