สนใจโฆษณาตำแหน่งนี้ คลิกที่นี่

Hardware Review: MacBook Air 13″ Mid 2013

IMG_9161

สงสัยมาพักใหญ่ๆ แล้วว่าไอ้เจ้า MacBook ที่สามารถใช้งานได้นาน 12 ชั่วโมงมันจะเป็นไปได้จริงๆ เหรอ งานนี้จึงได้ทดสอบเจ้า MacBook Air 13″ รุ่น Mid 2013 ที่เพิ่งออกไปได้ไม่นานด้วยตัวเอง แล้วนำมาเขียนเป็นรีวิวให้ดูชมกันสั้นๆ ได้ใจความในครั้งนี้ เอาเป็นว่าตามมาดูกันเลยครับว่างานนี้ Apple พูดจริงหรือแค่โม้ใว้สวยเก๋

IMG_9158

แต่ก่อนจะมาพบกับพระเอกของเราก็ลองมาดูกล่องรอบๆ ตามธรรมเนียมกันก่อน แต่เนื่องจากว่ามันไม่มีอะไรที่ต้องพูดถึงเลย ก็ขอเอามาให้ดูแต่ภาพก็แล้วกันนะ (ฮา)

IMG_9159

สำหรับอุปกรณ์ต่างๆ นานา ก็ไม่ต้องพูดถึงมาก เพราะมีมาให้ตามมาตรฐานเช่นสายชาร์จ, อแดปเตอร์, แล้วก็ไม่มีอุปกรณ์พวกแผ่น CD ใดๆ มาให้ (แน่นอนเพราะไม่มีช่องสำหรับเสียบแผ่น) ดังนั้นหากใครอยากจะได้ตัว OS X สำหรับเอาใว้ Restore เครื่องต้องสร้างจากในเครื่องกันเอาเองหรือไม่ก็เข้า Recovery Disk ที่เตรียมมาให้แล้วในเครื่อง

IMG_9160

ดูเผินๆ แล้วภายนอก MacBook Air 13″ Mid 2013 แทบจะไม่ต่างอะไรกับรุ่นก่อนๆ หน้าเลย แต่สิ่งที่ต่างจริงๆ คือสเปคข้างในที่เรียกได้ว่ายกเครื่องอุปกรณ์หลักๆ ซึ่งทุกส่วนจะเน้นการประหยัดพลังงานเป็นหลัก

IMG_9169

Apple น่าจะเรียนรู้แล้วว่าผู้ใช้งาน MacBook Air นั้น โดยส่วนใหญ่ไม่ได้สนใจเรื่องความเร็วหรือประสิทธิภาพในการประมวลผลเท่าไรนัก โดบจุดขายที่เด่นชัดที่สุดของ MacBook Air คือน้ำหนักที่เบา การพกพาที่สะดวก และอายุการใช้งานแบตเตอรี่ที่ทนนาน จึงทำให้ Apple เลือกที่จะเล็งพัฒนาไปที่อายุการใช้งานแบตเตอรี่อย่างเต็มที่ จึงเลือกใช้ CPU รอบความเร็วไม่สูงมากตระกูล Haswell ที่ 1.3GHz แต่ก็ให้ประสิทธิภาพเทียบเท่ารุ่นก่อนหน้านี้ แต่แน่นอนว่ากินแบตน้อยลงมหาศาล

IMG_9162

ในส่วนของ RAM เองก็มีการอัพเกรดใหม่แบบเงียบๆ ไปใช้ของใหม่อย่าง LPDDR3 ซึ่งใช้พลังงานน้อยลง (เครื่องนี้กดอัพเกรด RAM ไปเป็น 8GB จากเดิมมีให้ 4GB) และแน่นอนว่าแบตเตอรี่ก็เพิ่มความจุจากเดิม 50-watt-hour ไปเป็น 54-watt-hour อีกด้วย

IMG_0574

รับข้อมูลตัวเลขเชิงเทคนิคกันไปเยอะแล้ว มาดูของจริงๆ กันเลยดีกว่าว่าที่โม้ๆ มามันจะจริงไหม โดยแรกเริ่มเปิดเครื่องเป็นครั้งแรกๆ หลังจากที่ผมตั้งค่านู่นนี่นั่นเสร็จแล้ว กินเวลาไปประมาณ 15 นาที ก็ลองมาดูแบตเตอรี่กันซักรอบนึง พบว่าเหลืออยู่ 98% ตอนแรกก็ตกใจเหมือนกันครับว่า เฮ้ย! โม้รึเปล่าเนี่ย! พอกดดูเวลาใช้งานได้อีกนานแค่ไหนก็ขึ้นมาแสดงว่าเหลืออีก 11:57 ชั่วโมงนะตัวเธอว์ (เปิดความสว่างหน้าจอครึ่งหนึ่ง ใช้งานพวก Safari, System Preferences เป็นหลัก)

IMG_9163

หลังจากช็อคตาตั้งกันไปรอบนึงแล้ว ก็ถึงเวลาที่จะไล่ลงโปรแกรมสารพัดสารเพ และเมื่อลงโปรแกรมเสร็จและเริ่มใช้งานทำนู่นทำนี่สารพัดอย่าง ผมใช้งานเครื่องนี้รวมๆ 4 วันชาร์จบ้างไม่ชาร์จบ้าง แล้วกลับมาดูอีกทีตอนแบตเตอรี่เหลือ 33% ในขณะหน้าจอเปิดแบบสว่างสุดและกำลังรันโปรแกรมสารพัดอย่างแบบใช้งานจริง ก็เห็นตัวเลขว่าใช้งานได้อีก 1:59 ชั่วโมงอย่างที่เห็น

IMG_9165

สำหรับการใช้งานทั่วไปอื่นๆ การก็อปไฟล์หรือการเปิดโปรแกรมทำได้เร็วขึ้นมากๆ หากเทียบกับรุ่นเก่าๆ ส่วนหนึ่งเพราะ Flash Storage อันใหม่ที่เร็วขึ้นอีกพอประมาณ เอาง่ายๆ หากลองก็อปปี้ไฟล์ขนาด 400MB ภายในเครื่องตัวเอง สามารถทำเสร็จภายใน 1 วินาทีเท่านั้น ช็อคตาตั้งกันอีกรอบไป

IMG_9167

ทดสอบ Geekbench 2 ได้คะแนน 6078 ไม่ต่างกับรุ่นก่อนๆ เท่าไรในเรื่องการประมวลผล

สรุปกันตรงนี้บอกได้เลยว่า MacBook Air รุ่นใหม่ล่าสุดจาก Apple เป็นโน็ตบุ๊คที่ถูกออกแบบมาเพื่อทำให้ผู้ใช้งานอุ่นใจว่าโน็ตบุ๊คเครื่องนี้จะอยู่กับเราได้ตลอดเกือบทั้งวัน โดยหากเราแค่ใช้งานทั่วไป เล่นอินเตอร์เน็ททั่วไป ก็คาดการณ์ว่าน่าจะยืนระยะได้เกือบๆ 10 ชั่วโมงสบายๆ แต่สำหรับการใช้งานหนักๆ เท่าที่ลองมา MacBook Air ตัวนี้สามารถใช้งานได้เกินกว่า 6 ชั่วโมงแบบชิลๆ ดังนั้นพอจะสรุปได้เลยว่าสำหรับการใช้งานพื้นฐาน MacBook Air เอาอยู่แน่ๆ

IMG_9166

สุดท้ายแล้วก็อยากจะบอกว่า MacBook Air รุ่นล่าสุดถือว่าเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่คุ้มค้า สำหรับคนที่ไม่ได้เน้นการประมวลผล แต่อยากได้แบตเตอรี่แบบอึดมหาอึด ซึ่งสำหรับใครที่อยากหยิบโน็ตบุ๊คซักเครื่องไปนั่งเล่นที่ร้านกาแฟครึ่งค่อนวันโดยไม่ต้องพกแบตเตอรี่ ก็น่าจะเหมาะกับ MacBook Air ตัวนี้สุดๆ

เลือกซื้อสินค้าได้ที่: iStudio by Copperwired โทร 02-665-2950-3

ราคา

11″ Flash Storage 128GB – 31,900 บาท
11″ Flash Storage 256GB – 37,900 บาท
13″ Flash Storage 128GB – 34,900 บาท
13″ Flash Storage 256GB – 41,900 บาท

Gallery

Views: 16997

Comments