
สงสัยมาพักใหญ่ๆ แล้วว่าไอ้เจ้า MacBook ที่สามารถใช้งานได้นาน 12 ชั่วโมงมันจะเป็นไปได้จริงๆ เหรอ งานนี้จึงได้ทดสอบเจ้า MacBook Air 13″ รุ่น Mid 2013 ที่เพิ่งออกไปได้ไม่นานด้วยตัวเอง แล้วนำมาเขียนเป็นรีวิวให้ดูชมกันสั้นๆ ได้ใจความในครั้งนี้ เอาเป็นว่าตามมาดูกันเลยครับว่างานนี้ Apple พูดจริงหรือแค่โม้ใว้สวยเก๋

แต่ก่อนจะมาพบกับพระเอกของเราก็ลองมาดูกล่องรอบๆ ตามธรรมเนียมกันก่อน แต่เนื่องจากว่ามันไม่มีอะไรที่ต้องพูดถึงเลย ก็ขอเอามาให้ดูแต่ภาพก็แล้วกันนะ (ฮา)

สำหรับอุปกรณ์ต่างๆ นานา ก็ไม่ต้องพูดถึงมาก เพราะมีมาให้ตามมาตรฐานเช่นสายชาร์จ, อแดปเตอร์, แล้วก็ไม่มีอุปกรณ์พวกแผ่น CD ใดๆ มาให้ (แน่นอนเพราะไม่มีช่องสำหรับเสียบแผ่น) ดังนั้นหากใครอยากจะได้ตัว OS X สำหรับเอาใว้ Restore เครื่องต้องสร้างจากในเครื่องกันเอาเองหรือไม่ก็เข้า Recovery Disk ที่เตรียมมาให้แล้วในเครื่อง

ดูเผินๆ แล้วภายนอก MacBook Air 13″ Mid 2013 แทบจะไม่ต่างอะไรกับรุ่นก่อนๆ หน้าเลย แต่สิ่งที่ต่างจริงๆ คือสเปคข้างในที่เรียกได้ว่ายกเครื่องอุปกรณ์หลักๆ ซึ่งทุกส่วนจะเน้นการประหยัดพลังงานเป็นหลัก

Apple น่าจะเรียนรู้แล้วว่าผู้ใช้งาน MacBook Air นั้น โดยส่วนใหญ่ไม่ได้สนใจเรื่องความเร็วหรือประสิทธิภาพในการประมวลผลเท่าไรนัก โดบจุดขายที่เด่นชัดที่สุดของ MacBook Air คือน้ำหนักที่เบา การพกพาที่สะดวก และอายุการใช้งานแบตเตอรี่ที่ทนนาน จึงทำให้ Apple เลือกที่จะเล็งพัฒนาไปที่อายุการใช้งานแบตเตอรี่อย่างเต็มที่ จึงเลือกใช้ CPU รอบความเร็วไม่สูงมากตระกูล Haswell ที่ 1.3GHz แต่ก็ให้ประสิทธิภาพเทียบเท่ารุ่นก่อนหน้านี้ แต่แน่นอนว่ากินแบตน้อยลงมหาศาล

ในส่วนของ RAM เองก็มีการอัพเกรดใหม่แบบเงียบๆ ไปใช้ของใหม่อย่าง LPDDR3 ซึ่งใช้พลังงานน้อยลง (เครื่องนี้กดอัพเกรด RAM ไปเป็น 8GB จากเดิมมีให้ 4GB) และแน่นอนว่าแบตเตอรี่ก็เพิ่มความจุจากเดิม 50-watt-hour ไปเป็น 54-watt-hour อีกด้วย

รับข้อมูลตัวเลขเชิงเทคนิคกันไปเยอะแล้ว มาดูของจริงๆ กันเลยดีกว่าว่าที่โม้ๆ มามันจะจริงไหม โดยแรกเริ่มเปิดเครื่องเป็นครั้งแรกๆ หลังจากที่ผมตั้งค่านู่นนี่นั่นเสร็จแล้ว กินเวลาไปประมาณ 15 นาที ก็ลองมาดูแบตเตอรี่กันซักรอบนึง พบว่าเหลืออยู่ 98% ตอนแรกก็ตกใจเหมือนกันครับว่า เฮ้ย! โม้รึเปล่าเนี่ย! พอกดดูเวลาใช้งานได้อีกนานแค่ไหนก็ขึ้นมาแสดงว่าเหลืออีก 11:57 ชั่วโมงนะตัวเธอว์ (เปิดความสว่างหน้าจอครึ่งหนึ่ง ใช้งานพวก Safari, System Preferences เป็นหลัก)

หลังจากช็อคตาตั้งกันไปรอบนึงแล้ว ก็ถึงเวลาที่จะไล่ลงโปรแกรมสารพัดสารเพ และเมื่อลงโปรแกรมเสร็จและเริ่มใช้งานทำนู่นทำนี่สารพัดอย่าง ผมใช้งานเครื่องนี้รวมๆ 4 วันชาร์จบ้างไม่ชาร์จบ้าง แล้วกลับมาดูอีกทีตอนแบตเตอรี่เหลือ 33% ในขณะหน้าจอเปิดแบบสว่างสุดและกำลังรันโปรแกรมสารพัดอย่างแบบใช้งานจริง ก็เห็นตัวเลขว่าใช้งานได้อีก 1:59 ชั่วโมงอย่างที่เห็น

สำหรับการใช้งานทั่วไปอื่นๆ การก็อปไฟล์หรือการเปิดโปรแกรมทำได้เร็วขึ้นมากๆ หากเทียบกับรุ่นเก่าๆ ส่วนหนึ่งเพราะ Flash Storage อันใหม่ที่เร็วขึ้นอีกพอประมาณ เอาง่ายๆ หากลองก็อปปี้ไฟล์ขนาด 400MB ภายในเครื่องตัวเอง สามารถทำเสร็จภายใน 1 วินาทีเท่านั้น ช็อคตาตั้งกันอีกรอบไป

ทดสอบ Geekbench 2 ได้คะแนน 6078 ไม่ต่างกับรุ่นก่อนๆ เท่าไรในเรื่องการประมวลผล
สรุปกันตรงนี้บอกได้เลยว่า MacBook Air รุ่นใหม่ล่าสุดจาก Apple เป็นโน็ตบุ๊คที่ถูกออกแบบมาเพื่อทำให้ผู้ใช้งานอุ่นใจว่าโน็ตบุ๊คเครื่องนี้จะอยู่กับเราได้ตลอดเกือบทั้งวัน โดยหากเราแค่ใช้งานทั่วไป เล่นอินเตอร์เน็ททั่วไป ก็คาดการณ์ว่าน่าจะยืนระยะได้เกือบๆ 10 ชั่วโมงสบายๆ แต่สำหรับการใช้งานหนักๆ เท่าที่ลองมา MacBook Air ตัวนี้สามารถใช้งานได้เกินกว่า 6 ชั่วโมงแบบชิลๆ ดังนั้นพอจะสรุปได้เลยว่าสำหรับการใช้งานพื้นฐาน MacBook Air เอาอยู่แน่ๆ

สุดท้ายแล้วก็อยากจะบอกว่า MacBook Air รุ่นล่าสุดถือว่าเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่คุ้มค้า สำหรับคนที่ไม่ได้เน้นการประมวลผล แต่อยากได้แบตเตอรี่แบบอึดมหาอึด ซึ่งสำหรับใครที่อยากหยิบโน็ตบุ๊คซักเครื่องไปนั่งเล่นที่ร้านกาแฟครึ่งค่อนวันโดยไม่ต้องพกแบตเตอรี่ ก็น่าจะเหมาะกับ MacBook Air ตัวนี้สุดๆ
เลือกซื้อสินค้าได้ที่: iStudio by Copperwired โทร 02-665-2950-3
ราคา
11″ Flash Storage 128GB – 31,900 บาท
11″ Flash Storage 256GB – 37,900 บาท
13″ Flash Storage 128GB – 34,900 บาท
13″ Flash Storage 256GB – 41,900 บาท
Gallery